Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกข่าว

Samsung กำไรทุบสถิติประวัติศาสตร์เทคโนโลยี ทว่าตลาดชิปโลกยังส่งสัญญาณเปราะบาง

ผลประกอบการไตรมาสสามพุ่งแตะระดับสูงสุดในวงการ แต่ความต้องการที่กระจุกตัวเฉพาะชิป AI กำลังบดบังความผันผวนในห่วงโซ่การผลิตทั่วเอเชียแปซิฟิก

โดย Owen Delacroixนักเขียนบทวิเคราะห์ Pacific Originalsอ่าน 3 นาที0
แชร์

สิงคโปร์

Nikkei Asia รายงานผลกำไรไตรมาสสามของ Samsung ว่าพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ตัวเลขนี้ดูเหมือนจะช่วยคลายข้อกังขาเรื่องความยั่งยืนของกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ภาพรวมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แถบเอเชียแปซิฟิกกลับไม่ได้ส่งสัญญาณบวกไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด สถิติผลกำไรที่ทุบสถิติเดิมจึงไม่ได้สะท้อนความแข็งแกร่งของทั้งระบบ หากแต่กำลังบดบังความผันผวนและรอยร้าวในห่วงโซ่การผลิตที่เริ่มขยายวงกว้าง

ตัวเลขที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้มีสัญญาณนำมาก่อนหน้า สำนักข่าว BBC รายงานว่าผลกำไรของ Samsung ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 800% โดยได้แรงหนุนสำคัญจากยอดสั่งซื้อชิป AI ขณะที่ Financial Times รายงานในเวลาไล่เลี่ยกันว่า Micron มีแนวโน้มผลประกอบการดีดตัวขึ้นชัดเจนจนช่วยพยุงความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นเทคโนโลยี ข้อมูลเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า อุตสาหกรรมหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูรอบใหม่จากแรงส่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ทว่าวัฏจักรรอบนี้ต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง เดิมทีอุตสาหกรรมชิปจะเติบโตตามแรงซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือสมาร์ตโฟน เมื่อมีความต้องการซื้อ ผู้ผลิตเกือบทุกรายจะได้รับประโยชน์ถ้วนหน้า แต่รอบนี้ตลาดกลับแยกขั้วรุนแรง ความต้องการมหาศาลเกิดขึ้นเฉพาะกับชิปหน่วยความจำสมรรถนะสูงสำหรับประมวลผล AI เท่านั้น ส่วนตลาดหน่วยความจำมาตรฐานทั่วไปยังคงซบเซา

ความเหลื่อมล้ำนี้เห็นได้ชัดในจีน (China) โดย South China Morning Post รายงานว่า ราคาหุ้นของ CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสัญชาติจีน ร่วงลงถึง 7.8% แม้บริษัทจะเพิ่งเปิดเผยตัวเลขกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 9 เดือนแรกก็ตาม ท่าทีของตลาดทุนต่อ CXMT สะท้อนชัดว่า นักลงทุนกังวลกับความเสี่ยงข้างหน้ามากกว่าผลงานในอดีต โดยเฉพาะผู้ผลิตที่ยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีขั้นสูง หรือติดขัดจากข้อจำกัดทางการค้า จนต้องแข่งขันตัดราคาในตลาดระดับล่าง

เมื่อมองภาพรวม ความสำเร็จของ Samsung และ Micron จึงไม่ใช่ชัยชนะของอุตสาหกรรมโดยรวม หากเป็นผลตอบแทนของผู้ผลิตที่กุมเทคโนโลยีเฉพาะทางเอาไว้ได้ ช่องว่างทางธุรกิจกำลังถ่างกว้างระหว่างผู้นำที่ป้อนชิปให้ศูนย์ข้อมูล AI กับผู้ผลิตส่วนใหญ่ที่ยังอิงกับตลาดดั้งเดิม ยิ่งไปกว่านั้น การพึ่งพางบลงทุนจากผู้พัฒนาโมเดล AI เพียงไม่กี่ราย ยังทำให้ห่วงโซ่อุปทานวางอยู่บนการเก็งกำไรที่ยังไม่ผ่านบทพิสูจน์ระยะยาว

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขกำไรไตรมาสสามของ Samsung ว่าน่าตื่นตาเพียงใด แต่อยู่ที่ว่ารายได้จากการขายชิป AI จะแปรสภาพเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ทันเวลาหรือไม่ ก่อนที่กระแสความต้องการจะชะลอตัวลง สถิติกำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีรอบนี้ จึงอาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นของยุคทองที่มั่นคง แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงโครงสร้างที่เปราะบางจากการพึ่งพากระแสเพียงระลอกเดียว

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก