Skip to content
ความยั่งยืนข่าว

หนึ่งปีกองทุนพิทักษ์ป่า TFFF: โครงสร้างครบ แต่ยังขาดเงินทุนจริง

กลไกการเงินป่าไม้เขตร้อนของบราซิลลงหลักใน World Bank ทว่าความลังเลของมหาอำนาจยังฉุดรั้งเม็ดเงินสนับสนุน

โดย Claire Tanakaหัวหน้าผู้สื่อข่าวเอเชียแปซิฟิกอ่าน 3 นาที0
แชร์
The Tropical Forest Forever Facility Reaches Its First Year With Empty Pockets
Photo: China Dialogue Ocean

สิงคโปร์

กองทุนพิทักษ์ป่าเขตร้อนถาวร หรือ Tropical Forest Forever Facility (TFFF) ดำเนินงานครบหนึ่งปีเต็มพร้อมโครงสร้างสถาบันที่เสร็จสมบูรณ์ แต่กลับติดหล่มด้านการเงินอย่างหนัก ปัจจุบันกองทุนมีทั้งกฎบัตรชั่วคราว คณะกรรมการบริหาร และสำนักงานบริหารที่ตั้งอยู่ใน World Bank ทว่าเป้าหมายหลักที่ตั้งขึ้นเพื่อจ่ายเงินตอบแทนแก่ประเทศต่างๆ แลกกับการรักษาผืนป่าให้คงอยู่ กลับยังไม่มีเงินทุนเข้ามาเพียงพอสำหรับขับเคลื่อนงานจริง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2025 บราซิล (Brazil) พยายามเปลี่ยนกระบวนทัศน์การเงินด้านสภาพภูมิอากาศ จากเดิมที่พึ่งพาเงินบริจาครายปีอันไร้เสถียรภาพ มาสู่กลไกการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อระดมทุนจากตลาดทุนทั่วโลก กองทุนตั้งเป้าระดมทุนระยะยาวสูงถึง USD 125000000000 เพื่อนำเม็ดเงินไปลงทุนสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง แล้วนำกำไรมาจัดสรรเป็นเงินตอบแทนรายปีแก่ประเทศผู้รักษาป่าเขตร้อน โดยบราซิลประเดิมใส่เงินก้อนแรกของตนเองจำนวน USD 1000000000 ตามรายงานของ Reuters เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนานาชาติให้เข้ามาร่วมลงขัน

สามมุมมองต่อกลไกใหม่

เมื่อมองผ่านสามกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กองทุน TFFF สะท้อนความเป็นจริงที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สำหรับกลุ่มประเทศป่าเขตร้อน ทั้งในลุ่มน้ำแถบ Amazonian ของบราซิลและผืนป่าในเอเชียแปซิฟิก ข้อริเริ่มนี้คือหมุดหมายสำคัญของการปรับสมดุลอำนาจ รายงานของ United Nations ชี้ว่าประเทศเจ้าของป่าต้องการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการเงินด้วยตนเอง โดยมองว่าผลตอบแทนดังกล่าวไม่ใช่เงินช่วยเหลือเพื่อการกุศล แต่เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่พึงได้รับจากการปกป้องผืนป่าเพื่อดูดซับคาร์บอนให้โลก

ขณะเดียวกัน ท่าทีของมหาอำนาจเศรษฐกิจอย่างจีน (China) กลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ตามรายงานของ South China Morning Post จีนแสดงความเห็นชอบในหลักการกับข้อเสนอของบราซิล แต่ยังชะลอการผูกมัดเม็ดเงินจริง ความลังเลนี้สะท้อนมุมมองของฝั่งผู้ให้ทุนที่ยังไม่มั่นใจในความคุ้มค่าและความเสี่ยงของโครงสร้างทางการเงินแบบใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและงบประมาณภาครัฐที่ตึงตัวในหลายประเทศ

แผนงานบนกระดาษกับเงินทุนในความเป็นจริง

ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ แม้จะมีการเจรจากรอบเงินทุนตั้งแต่ขั้นต่ำ USD 500000000 ไปจนถึงเป้าหมายเบื้องต้นที่ USD 7800000000 เพื่อเริ่มปล่อยสภาพคล่อง แต่การแปลงคำมั่นสัญญาให้กลายเป็นกระแสเงินทุนหมุนเวียนจริงในระบบของ World Bank ยังคงติดขัดอย่างหนัก รายงานของ Dialogue Earth ชี้ตรงไปตรงมาว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระเบียบเอกสาร แต่อยู่ที่การขาดแคลนเงินทุนจริง ซึ่งทำให้กองทุนยังไม่อาจจ่ายเงินอุดหนุนได้ตามแผน

ความย้อนแย้งตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาคือ แม้นานาชาติยอมรับว่าการตัดไม้ทำลายป่าเป็นภัยคุกคามเร่งด่วน แต่กลับไม่มีมหาอำนาจทางการเงินรายใดพร้อมก้าวออกมารับความเสี่ยง การมีเพียงบอร์ดบริหารและโต๊ะทำงานในองค์กรพหุภาคีเป็นแค่การวางกรอบภายนอก ทว่าไม่อาจชดเชยการขาดพันธสัญญาทางการคลังได้

เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่สอง TFFF จึงยังเคว้งอยู่ตรงกลางระหว่างความทะเยอทะยานเชิงสถาบันกับความตระหนี่ทางการเงินของระบบโลก บราซิลทุ่มเดิมพันทางการทูตและเงินตั้งต้นไปแล้ว แต่ตราบใดที่บรรดาผู้บริจาครายใหญ่ยังให้เพียงคำสนับสนุนด้วยวาจา และตลาดทุนยังลังเลกับพันธบัตรพิทักษ์ป่า ช่องว่างระหว่างผืนป่าที่กำลังถูกทำลายกับเม็ดเงินที่จะเข้ามาปกป้อง ก็จะยังเป็นวิกฤตเรื้อรังต่อไป

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก