Skip to content
ความยั่งยืนข่าว

บทเรียนจากป่าพันเจส: หากไม่เริ่มนับแมลง เราไม่มีวันรู้ว่ากำลังสูญเสียอะไร

ฐานข้อมูลแมลงในเนปาลที่แทบเป็นศูนย์ สะท้อนช่องโหว่สำคัญในการอนุรักษ์ เมื่อระบบนิเวศอาจพังทลายโดยไม่มีใครทันรู้ตัว

โดย Wan Jia Huiนักเขียนข่าวธุรกิจภูมิภาคอ่าน 3 นาที0
แชร์
Conservation Capital Chases Visible Assets While Baseline Audits Fail
Photo: Mongabay Asia

นโยบายสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติมักดำเนินไปบนสมมติฐานว่า ข้อมูลที่มีอยู่นั้นเพียงพอต่อการตัดสินใจ ทว่าความเป็นจริงในหลายพื้นที่กลับตรงกันข้าม ป่าคุ้มครองพันเจส (Panchase Protected Forest) บนเนินเขาเหนือเมืองโพคารา (Pokhara) เมืองใหญ่อันดับสองของเนปาล (Nepal) ได้รับการยกย่องในหมู่นักพฤกษศาสตร์ว่าเป็นสวรรค์ของกล้วยไม้ ผืนป่าแห่งนี้เป็นแหล่งอาศัยของพืชพรรณนับร้อยชนิด (Hundreds) และหลายชนิดไม่พบที่อื่นใดในเนปาล แต่เบื้องหลังความสมบูรณ์ที่เห็นภายนอกกลับมีช่องว่างสำคัญซ่อนอยู่ นั่นคือการขาดแคลนข้อมูลประชากรแมลงอย่างสิ้นเชิง

ช่องว่างทางข้อมูลและแรงจูงใจในการอนุรักษ์

รายงานจาก Mongabay Asia ในปี 2026 ชี้ให้เห็นว่า การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในป่าพันเจส (Panchase) เพิ่งเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เช่นการสำรวจแมลงบนพืชกาฝาก เพื่อทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่และความเชื่อมโยงกับพืชแวดล้อม งานวิจัยทำนองนี้ต้องอาศัยเวลาและความละเอียดสูง ทว่าสิ่งที่ปรากฏชัดเจนกลับเป็นข้อเท็จจริงที่ว่า เนปาลมีข้อมูลด้านแมลงน้อยมาก นักวิจัยยังคงวนเวียนอยู่กับการตั้งคำถามเบื้องต้น และแทบไม่มีใคร (Nobody) มองเห็นภาพรวมว่าธรรมชาติในหลายพื้นที่ของประเทศกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

ต้นตอของปัญหาผูกโยงกับแรงจูงใจในการจัดสรรงบประมาณและการสนับสนุนทางวิชาการ ซึ่งมักทุ่มเทให้กับพืชพรรณที่โดดเด่นอย่างกล้วยไม้ หรือสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ในทางกลับกัน แมลงซึ่งเป็นฟันเฟืองพื้นฐานในการผสมเกสรและย่อยสลายกลับถูกมองข้าม สถานการณ์นี้ตอกย้ำข้อคิดสำคัญว่า หากเราไม่เริ่มต้นนับจำนวนประชากรแมลง เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าระบบนิเวศกำลังสูญเสียอะไรไปบ้าง

ความสนใจของสังคมและตลาดยังจำกัดอยู่เพียงแง่มุมของผลกระทบด้านลบ ดังจะเห็นได้จากบทความของ The New York Times ในปี 2026 ที่กล่าวถึงการสำรวจผลิตภัณฑ์กำจัดมด หรือรายงานของ BBC ที่ให้น้ำหนักกับสัตว์มีพิษและแมลงรบกวนอย่างตัวเรือน แม้แต่ข้อสังเกตจาก The Washington Post ที่เคยตั้งคำถามถึงคราบซากแมลงบนกระจกรถยนต์ที่ลดน้อยลง ก็สะท้อนว่าการรับรู้ของผู้คนเรื่องแมลงลดลงนั้น อิงอยู่กับความรู้สึกมากกว่าฐานข้อมูลเชิงประจักษ์

ผลกระทบเชิงโครงสร้างที่ยังไร้ทางออก

เมื่อประเมินในเชิงโครงสร้าง สิ่งที่วัดค่าไม่ได้ย่อมยากจะปกป้อง การที่หน่วยงานสิ่งแวดล้อมไม่มีตัวเลขตั้งต้นของประชากรแมลงในป่าคุ้มครองพันเจส ทำให้การประเมินความสมบูรณ์ของระบบนิเวศคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง นโยบายอนุรักษ์อาจรักษาพื้นที่ป่าและพืชพันธุ์หายากไว้ได้ แต่กลับไม่อาจตรวจจับการล่มสลายของห่วงโซ่อาหารในระดับจุลภาค

ความย้อนแย้งคือ ป่าที่เขียวชอุ่มภายนอกอาจกำลังเสื่อมโทรมอย่างเงียบๆ อยู่ภายใน การลดจำนวนหรือการสูญพันธุ์ของแมลงโดยไร้การบันทึก ย่อมส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังพืชเฉพาะถิ่นที่ต้องพึ่งพาการผสมเกสร ท้ายที่สุด แผนฟื้นฟูป่าจะไม่สัมฤทธิผล หากฐานข้อมูลยังมองข้ามสิ่งมีชีวิตที่เป็นรากฐานของระบบนิเวศ

โจทย์สำคัญที่ยังไร้คำตอบในเวลานี้คือ ภาครัฐและสถาบันวิจัยในเนปาลจะก้าวข้ามการอนุรักษ์เชิงสัญลักษณ์ ไปสู่การทุ่มเททรัพยากรเพื่อเก็บสถิติประชากรแมลงอย่างจริงจังได้เร็วเพียงใด เพราะตราบใดที่ยังไม่เริ่มนับ ความสูญเสียในผืนป่าก็จะยังดำเนินต่อไปโดยไม่มีตัวเลขใดบันทึกไว้

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก