เมื่อบัลลังก์เดิมเริ่มคับแคบ ยุทธศาสตร์หนีสงครามราคาของ CATL สู่เดิมพันที่ยากกว่า
การขยายสู่วงการสลับแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน อาจไม่ใช่ทางรอดที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่โลก

สิงคโปร์
การครองตำแหน่งผู้ผลิตแบตเตอรี่เบอร์หนึ่งของโลกไม่อาจการันตีความปลอดภัยทางธุรกิจได้อีกต่อไป ในปี 2026 ภาพที่ชัดเจนที่สุดคือ Contemporary Amperex Technology Ltd หรือ CATL กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสงครามราคาในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของจีน แม้จะรักษาตำแหน่งในตลาดไว้ได้ แต่ผลกำไรกลับถูกบีบให้หดแคบลงเรื่อยๆ จนบีบให้ยักษ์ใหญ่รายนี้ต้องเร่งหาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่
ทางออกที่ CATL เลือก คือการทุ่มเดิมพันระลอกสองกับธุรกิจใหม่อย่างระบบสลับแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน หากมองเผินๆ นี่อาจดูเป็นการต่อยอดอย่างเป็นธรรมชาติตามความชำนาญเดิม ทว่าประเด็นสำคัญที่ตลาดมักมองข้ามคือ การเบนเข็มออกจากตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ไม่ได้แปลว่า CATL หลุดพ้นจากการแข่งขัน หากแต่เป็นการก้าวเข้าสู่สมรภูมิใหม่ที่ซับซ้อนและมีเจ้าถิ่นครองพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว
สมรภูมิใหม่กับเจ้าถิ่นที่ยึดหัวหาด
การเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ผลิตชิ้นส่วน สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงานครบวงจร ต้องใช้รูปแบบธุรกิจและสายป่านทางการเงินที่ต่างไปคนละขั้ว ในตลาดบริการสลับแบตเตอรี่ Nio ปักหลักสร้างเครือข่ายสถานีพร้อมฐานผู้ใช้เหนียวแน่นมานานหลายปี แม้ CATL จะแก้เกมด้วยการจับมือกับพันธมิตรที่ได้รับการสนับสนุนจาก Huawei (Huawei-backed) เพื่อเร่งขยายโครงข่าย แต่การผลักดันระบบสลับแบตเตอรี่ให้เป็นมาตรฐานกลางทั่วทั้งจีนยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายโครงสร้างอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน ในตลาดระบบกักเก็บพลังงาน คู่ปรับคนสำคัญอย่าง BYD ก็เสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้ให้บริการระบบอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ความได้เปรียบด้านการประหยัดต่อขนาดที่ CATL เคยใช้ไล่บี้คู่แข่งในสายการผลิตแบตเตอรี่ยานยนต์ อาจไม่เห็นผลชัดเจนในตลาดกักเก็บพลังงาน เพราะธุรกิจนี้ต้องอาศัยการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าและการจัดการทางวิศวกรรมที่จำเพาะเจาะจงยิ่งกว่า
Lucas Zhang Liutong ผู้อำนวยการของ WaterRock Energy Economics บริษัทที่ปรึกษาในฮ่องกง ชี้ให้เห็นว่า เส้นทางใหม่ของ CATL เต็มไปด้วยอุปสรรคและไม่อาจก้าวผ่านไปได้ง่ายๆ เพราะคู่แข่งรายเดิมต่างสร้างกำแพงธุรกิจไว้หนาแน่นแล้ว
ดาบสองคมของการเติบโตรอบใหม่
โจทย์ที่ตลาดเฝ้ามองเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียง CATL จะผลิตแบตเตอรี่ได้มากน้อยแค่ไหน แต่เป็นเรื่องที่ว่าโครงสร้างกำไรจะยืนระยะต้านทานแรงบีบคั้นได้นานเพียงใด จุดแข็งดั้งเดิมของ CATL คือการคุมต้นทุนผลิตปริมาณมหาศาลและการส่งมอบให้ค่ายรถยนต์อย่างรวดเร็ว ทว่าธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีสลับแบตเตอรี่กลับมีต้นทุนคงที่มหาศาล ทั้งค่าเช่าที่ดิน ค่าก่อสร้างสถานี และแบตเตอรี่สำรองที่ต้องสำรองทิ้งไว้ ยิ่งเร่งขยายสาขา เงินทุนหมุนเวียนก็ยิ่งจมลึก
ข้อจำกัดเช่นนี้ทำให้ยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยงกลายเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่ง CATL ไม่อาจพึ่งพาเพียงการขายเซลล์แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าท่ามกลางสงครามราคาที่ยังดุเดือด แต่อีกด้านหนึ่ง ธุรกิจใหม่อย่างระบบกักเก็บพลังงานและสถานีสลับแบตเตอรี่ ก็ยังไม่มีอะไรยืนยันว่าจะสร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำได้ทันชดเชยส่วนต่างกำไรของธุรกิจหลักที่หายไป
ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ได้วัดกันแค่เรื่องเทคโนโลยีของ CATL ว่าเหนือกว่าคู่แข่งหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่ายักษ์ใหญ่ที่เติบโตมาจากการรับจ้างผลิตระดับโลก จะปรับตัวรับบทบาทผู้สร้างและบริหารโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเสี่ยงสูงได้ดีแค่ไหน ตราบใดที่สงครามราคายังไม่คลี่คลาย และคู่แข่งอย่าง Nio หรือ BYD ยังตรึงแนวรบไว้อย่างแข็งแกร่ง เดิมพันครั้งใหม่ของ CATL จึงไม่ใช่ทางเลือกเพื่อชัยชนะที่สวยหรู แต่เป็นไฟต์บังคับที่ยากจะหันหลังกลับ
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก