Skip to content
ธุรกิจและสังคมข่าว

ศึกชิงสภาคองเกรสโค้งสุดท้าย คดีอะแลสกาเขย่าดุลอำนาจวอชิงตัน

การสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ช่วงสุดสัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง สั่นคลอนความเชื่อมั่นและดุลอำนาจสองขั้วการเมือง

โดย Mei-Ling Chowผู้สื่อข่าวต่างประเทศอ่าน 3 นาที0
แชร์
Domestic Fracture and the Illusion of Sustained External Power

สิงคโปร์

การขับเคี่ยวเพื่อชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสสหรัฐฯ เดินทางมาถึงช่วงสุดสัปดาห์สุดท้ายในปี ค.ศ. 2026 ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้ฟาดฟันกันแค่บนเวทีปราศรัยหรือยุทธศาสตร์หาเสียง หากแต่มีกลไกกฎหมายของรัฐบาลกลางเข้ามาพัวพันกับสมรภูมิเลือกตั้งโดยตรง จนส่งผลกระทบต่อดุลอำนาจระหว่างทำเนียบขาวกับฝ่ายนิติบัญญัติในวอชิงตันอย่างมีนัยสำคัญ

ภาพความตึงเครียดสะท้อนชัดเจนที่รัฐอะแลสกา หลังฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ ขยับความเคลื่อนไหวทางกฎหมายเข้าสู่การชิงเก้าอี้ของวุฒิสภาอะแลสกา โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หรือดีโอเจ เร่งเครื่องสอบสวนคดีอาญาเมื่อวันศุกร์ในเดือนตุลาคม ภายหลังมีประเด็นเรื่องการจัดวางตัวผู้สมัครเพื่อตัดคะแนนคู่แข่ง ท่ามกลางกระแสชาวอเมริกันที่แห่แหนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างคึกคัก

เก้าอี้อะแลสกา สมรภูมิชี้ขาดดุลอำนาจ

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางไปหย่อนบัตร ณ คูหาในมิดทาวน์มอลล์ เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา ตามรายงานและภาพบันทึกของเอมิลี เมสเนอร์ ทางรอยเตอร์ ตอกย้ำว่าศึกเลือกตั้งวุฒิสภาหนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระดับท้องถิ่น แต่เก้าอี้ของแดเนียล ซัลลิแวน จูเนียร์ หรือ แดน ซัลลิแวน จากพรรครีพับลิกัน กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อาจชี้ชะตาว่าพรรคใดจะได้ครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

เมื่อมองลึกลงไป ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ถ้อยแถลงของผู้สมัคร หากอยู่ที่การนำกลไกสืบสวนคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมเข้ามากดดันสนามเลือกตั้งล่วงหน้าเพียงไม่กี่วัน การขยับหมากเช่นนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างกระบวนการยุติธรรมกับการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองเริ่มเลือนราง ทั้งยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้ง

เดิมพันในวอชิงตันกับการเมืองสภา

ความระส่ำระสายภายในสภาคองเกรสไม่ได้กระทบแค่การเมืองภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังสร้างภาวะชะงักงันในวอชิงตัน และบั่นทอนขีดความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง

ศึกชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสครั้งนี้จึงมีความหมายลึกซึ้งกว่าผลแพ้ชนะระหว่างพรรครีพับลิกันกับเดโมแครต เพราะโจทย์ใหญ่ที่ยังค้างคาคือความตึงเครียดเชิงสถาบันระหว่างฝ่ายบริหารกับสภา รวมถึงข้อกังขาต่อความเป็นกลางของกลไกรัฐบาลกลาง ซึ่งความแตกแยกที่หยั่งรากลึกนี้จะยังคงเป็นตัวฉุดรั้งประสิทธิภาพการบริหารประเทศของสหรัฐอเมริกาต่อไป

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก