Skip to content
โลกข่าว

แพ้ในสนามแต่ไม่ทิ้งสีสัน: แวนคูเวอร์ แคนักส์ กับเส้นแบ่งผลงานและภาพลักษณ์ยุคใหม่

เมื่อผลแข่งสวนทางกับชีวิตนอกสนาม ปาร์ตี้ฮาโลวีนของเหล่านักกีฬาจึงกลายเป็นภาพสะท้อนวัฒนธรรมกีฬาและสายตาแฟนสองขั้ว

โดย Claire Tanakaหัวหน้าผู้สื่อข่าวเอเชียแปซิฟิกอ่าน 3 นาที0
แชร์
Vancouver Proves Athletic Brand Insulation Outweighs Defeat
Photo: Daily Hive Vancouver

ผลการแข่งขันบนลานน้ำแข็งที่จบลงด้วยความปราชัย ไม่ได้หยุดกิจกรรมนอกสนามของนักกีฬาอาชีพเสมอไป แวนคูเวอร์ แคนักส์ (Vancouver Canucks) เพิ่งพ่ายให้กับ โตรอนโต เมเปิลลีฟส์ (Toronto Maple Leafs) ในเกมเมื่อวันเสาร์ (Saturday) แต่บรรดาผู้เล่นยังคงเดินหน้าฉลองเทศกาลฮาโลวีน (Halloween) ในช่วงสุดสัปดาห์อย่างเต็มที่ การแยกผลงานในสนามออกจากชีวิตส่วนตัวกลายเป็นวิถีของนักกีฬายุคนี้ แม้จะเรียกปฏิกิริยาที่ต่างกันลิบจากแฟนกีฬาแต่ละกลุ่มก็ตาม

สื่อท้องถิ่น เดลี ไฮฟ์ แวนคูเวอร์ (Daily Hive Vancouver) รายงานว่า ทัพนักกีฬาของ แคนักส์ (Canucks) ต่างจัดเต็มกับชุดแฟนซีหลังจบเกม เอเลียส เพตเตอร์สสัน (Elias Pettersson) กองหน้าชาวสวีเดน (Swedish) สวมบทเป็น ซินดี ลู ฮู (Cindy Lou Who) ส่วน เคตลิน (Katelyn) ภรรยาของเขา มาในชุด กรินช์ (Grinch) โดย เพตเตอร์สสัน (Pettersson) มีสีหน้ายิ้มแย้มผ่อนคลาย ขณะที่ ฟิลิป ฮโรเนก (Filip Hronek) ก็ร่วมสร้างสีสันและได้รับความสนใจไม่แพ้กัน

วัฒนธรรมกีฬาข้ามตลาดกับมุมมองที่สวนทาง

หากมองผ่านโครงสร้างธุรกิจกีฬาอาชีพ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนมุมมองที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือศูนย์กลางฮอกกี้ดั้งเดิมฝั่งตะวันออก การปราชัยต่อคู่ปรับอย่าง โตรอนโต เมเปิลลีฟส์ ย่อมถูกจับจ้องอย่างเข้มงวด ทั้งจากสื่อและแฟนรุ่นเก๋าที่มองว่าการสังสรรค์ทันทีหลังแพ้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่หย่อนยาน แต่อีกด้านหนึ่ง ตลาดฝั่งแปซิฟิกริมของแวนคูเวอร์กลับคุ้นชินกับบรรยากาศที่ผ่อนปรนกว่า และมองว่าการรักษาสมดุลจิตใจนอกสนามคือสิ่งจำเป็นในฤดูกาลแข่งที่ยืดเยื้อ

ยิ่งไปกว่านั้น ในมิติสากล แวนคูเวอร์เคยผ่านการจัดมหกรรมใหญ่ระดับโลกมาตั้งแต่ปี 2010 และกำลังเตรียมพร้อมสู่หมุดหมายสำคัญอีกครั้งในปี 2026 ตามที่ เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) นำเสนอ การเป็นมหานครกีฬาโลกทำให้นักกีฬาไม่ได้ถูกมองแค่เรื่องผลแพ้ชนะ หากยังผูกโยงกับวัฒนธรรมป๊อปและการสร้างตัวตนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ต่างจากกระแสของคนดังอย่าง จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) หรือการหยิบยืมเรื่องเล่าจาก พิกซาร์ (Pixar)

จุดตัดระหว่างผลงานในสนามกับแบรนด์ส่วนบุคคล

การที่ผู้เล่นตัวหลักอย่าง เพตเตอร์สสัน ยังยิ้มแย้มได้หลังจบเกม ชี้ให้เห็นถึงการแยกภาพลักษณ์ออกจากเกมอย่างสิ้นเชิง ทว่าในกีฬาที่ต้องพึ่งพาพลังร่วมของทีม ชัยชนะรวมยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกคนคาดหวัง ความลักลั่นจึงเกิดขึ้นเมื่อผลงานของสโมสรสะดุด แต่การสื่อสารตัวตนของผู้เล่นกลับเดินหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน

ช่องว่างระหว่างความคาดหวังของแฟนฮอกกี้สายอนุรักษนิยมกับวิถีชีวิตนักกีฬารุ่นใหม่ยังคงเป็นโจทย์ยาก สโมสรยุคปัจจุบันจึงต้องแบกรับทั้งผลงานในสนามและพื้นที่ส่วนตัวของผู้เล่น ท่ามกลางแรงกดดันทางธุรกิจและอารมณ์ของสังคมที่พร้อมเปลี่ยนทิศได้ทุกสุดสัปดาห์

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก