Skip to content
ธุรกิจและสังคมข่าว

วิกฤตผืนป่าแอมะซอนในซูรินาเม ชุมชนวายานาดิ้นรนต้านภัยเหมืองทองเถื่อน

ขุมทรัพย์ใต้ดินดึงดูดแรงงานและทุนข้ามพรมแดน บีบชนพื้นเมืองรับเคราะห์กลางสุญญากาศอำนาจรัฐ

โดย Claire Tanakaหัวหน้าผู้สื่อข่าวเอเชียแปซิฟิกอ่าน 3 นาที0
แชร์
The Fractured Frontier of Amazonian Gold
Photo: Mongabay Asia

ใต้ผืนป่าดงดิบกว้างใหญ่หลายพันตารางกิโลเมตรแถบคาเวมฮาคัน (Kawemhakan) ของซูรินาเม ซ่อนขุมทรัพย์ทั้งทองคำและแร่มีค่าปริมาณมหาศาล ทว่าสายแร่ใต้ดินเหล่านี้กลับกลายเป็นภัยคุกคามผืนป่าแอมะซอนของซูรินาเมและสั่นคลอนวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างรุนแรง รายงานจากมองกาเบย์ เอเชีย (Mongabay Asia) ระบุว่า ชุมชนพื้นเมืองวายานา (Wayana) กำลังเผชิญศึกหนักเพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนลักลอบทำเหมืองทองคำไม่ให้บุกรุกถิ่นฐาน

แม้ซูรินาเมจะมีการทำเหมืองทองคำที่ถูกกฎหมาย แต่ใต้ผืนป่าแอมะซอนทั่วประเทศยังคงมีสายแร่อีกมหาศาลที่ดึงดูดการลักลอบขุด ตัวเลขผลผลิตทางการจึงไม่อาจสะท้อนสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ป่าลึก โดยเฉพาะหมู่บ้านห่างไกลตามแนวชายแดนติดกับเฟรนช์เกียนา รัฐบาลซูรินาเมยังไม่อาจหยุดยั้งชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งร่วมมือกับแรงงานเหมืองชาวบราซิลและกลุ่มพ่อค้าชาวจีน เพื่อแผ้วถางป่าขุดหาทองคำ

เส้นทางผลประโยชน์ข้ามชาติริมแม่น้ำลาวา

ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น หากแต่ผูกโยงกับห่วงโซ่เศรษฐกิจนอกระบบข้ามพรมแดน ขบวนการลักลอบขุดทองอาศัยแม่น้ำลาวา (Lawa River) และลำน้ำสาขาเป็นเส้นทางหลัก ลอบเข้าสู่ผืนป่าลึกและตั้งค่ายทำเหมืองตลอดจนจุดรับซื้อสินค้าในจุดห่างไกลเกินกว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าถึง ก่อเกิดเป็นระบบเศรษฐกิจคู่ขนานที่เชื่อมโยงผู้เล่นหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน ฝั่งหนึ่งคือแรงงานชาวบราซิลที่เชี่ยวชาญการขุดทอง อีกฝั่งคือพ่อค้าชาวจีนที่คุมเครือข่ายส่งเสบียงและการค้า ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนจำต้องเข้าร่วมวงจรนี้เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ

เมื่อไร้เงาอำนาจรัฐ พื้นที่ริมแม่น้ำลาวาจึงแทบกลายเป็นแดนเถื่อน ข้อมูลในพื้นที่ระบุว่าเกิดทั้งการปล้นชิง กรรโชกทรัพย์ และคดีอาชญากรรมรุนแรงต่อเนื่อง ท้ายที่สุดภาระและความเสี่ยงทั้งหมดตกอยู่กับชุมชนวายานาที่ขาดกลไกคุ้มครองความปลอดภัยของตนเอง

ช่องว่างอำนาจรัฐและทางตันของชนพื้นเมือง

ความพยายามปกป้องผืนป่าในซูรินาเมปรากฏให้เห็นในหลายรูปแบบ สำนักข่าวเอพี (AP News) เคยรายงานถึงกรณีกลุ่มซาอามากาในซูรินาเม (Suriname’s Saamaka) ที่หันมาทำแผนที่และรวบรวมข้อมูลเพื่อพิทักษ์ผืนป่าแอมะซอน สะท้อนว่าชนพื้นเมืองพยายามสร้างเครื่องมือต่อรองขึ้นมาเอง ทว่าสำหรับชาววายานาแถบชายแดน สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะพื้นที่นี้ประชิดดินแดนของฝรั่งเศสผ่านทางเฟรนช์เกียนา ทำให้มิติความมั่นคงมีผลกระทบข้ามแดนโดยตรง ขณะที่การประสานงานระหว่างรัฐบาลกลางที่กรุงปารามารีโบ (Paramaribo) กับพื้นที่ห่างไกลยังไร้ประสิทธิภาพ

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการทำเหมืองทองคำในระบบอาจสร้างรายได้ให้รัฐ แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือการทำลายถิ่นฐานของชนพื้นเมืองและความสูญเสียทางระบบนิเวศ ตราบใดที่กลไกบังคับใช้กฎหมายยังจำกัดอยู่แค่ในเมืองหลวง และปล่อยให้เส้นทางน้ำอย่างแม่น้ำลาวาตกอยู่ใต้การควบคุมของเครือข่ายเหมืองเถื่อน ความตึงเครียดระหว่างชุมชนวายานากับกลุ่มทุนนอกกฎหมายก็จะยังเป็นวิกฤตชายแดนที่ไม่ได้รับการคลี่คลาย

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก