สิ้น เซอร์แพทริก สจ๊วร์ต วัย 86 ปี: ถอดรหัสต้นแบบผู้เชื่อมเวทีเชกสเปียร์สู่อาณาจักรฮอลลีวูด
การจากไปของผู้รับบทกัปตันพิคาร์ด สะท้อนการสิ้นสุดยุคสมัยที่สตูดิโอใหญ่พึ่งพาวินัยละครเวทีอังกฤษสร้างมูลค่าให้แฟรนไชส์ไซไฟ

เซอร์แพทริก สจ๊วร์ต (Sir Patrick Stewart) นักแสดงระดับตำนานชาวสหราชอาณาจักร (United Kingdom) เสียชีวิตลงอย่างสงบที่บ้านพักในวัย 86 ปี ปิดฉากเส้นทางของผู้สร้างหมุดหมายสำคัญแก่วงการบันเทิงระดับโลก หลังจากต้องต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) และภาวะสมองเสื่อมจากลิวอีย์บอดี (Lewy)
เคลลี บุช โนวัค (Kelly Bush Novak) ตัวแทนของสจ๊วร์ต เผยถึงช่วงเวลาสุดท้ายของเขาว่า:
"a brief and poignant journey with Alzheimer’s disease and Lewy body dementia" — Kelly Bush Novak
ท่ามกลางเสียงอาลัยจากแวดวงศิลปะการแสดงทั่วโลก การสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว หากยังชวนให้ทบทวนถึงสูตรสำเร็จเฉพาะตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่เคยดึงเอานักแสดงสายละครเวทีคลาสสิกมาวางเป็นเสาหลักให้แฟรนไชส์ไซไฟฟอร์มยักษ์
จากเวทีเชกสเปียร์สู่จอแก้วฮอลลีวูด
นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ทิศทางธุรกิจของสตูดิโอโทรทัศน์และภาพยนตร์ในสหรัฐฯ เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคอนเทนต์แนวไซไฟและแฟนตาซีต้องการก้าวข้ามภาพจำของเนื้อหาเฉพาะกลุ่ม เพื่อดึงดูดผู้ชมวงกว้าง สตูดิโอจึงต้องการพลังการแสดงที่หนักแน่นและน่าเชื่อถือ สจ๊วร์ตซึ่งสั่งสมชื่อเสียงจากการเป็นนักแสดงละครเวทีผู้เชี่ยวชาญบทละครของเชกสเปียร์ (Shakespeare) อย่างลึกซึ้ง ถึงขั้นเคยถ่ายทอดบทกวีซอนเน็ตครบทั้ง 154 บท จึงกลายเป็นคำตอบที่วงการกำลังตามหา
เมื่อเครือข่ายโทรทัศน์ ซีบีเอส (CBS) ตัดสินใจสร้างซีรีส์ Star Trek: the Next Generation (Next Generation) การวางตัวสจ๊วร์ตให้รับบท กัปตัน ฌอง-ลุค พิคาร์ด (Captain Jean-Luc Picard) ได้พลิกโฉมแฟรนไชส์ Star Trek ไปโดยสิ้นเชิง ภาพถ่ายประวัติศาสตร์จาก CBS Photo Archive ในปี 1990 ยืนยันถึงบทบาทอันทรงพลังของเขาได้เป็นอย่างดี วินัยและการใช้น้ำเสียงตามขนบละครเวทีอังกฤษช่วยเติมมิติทางจริยธรรมและวุฒิภาวะให้ตัวละคร ส่งผลให้แฟรนไชส์อวกาศเรื่องนี้กลายเป็นสินทรัพย์ทางปัญญาที่ทรงอิทธิพลและสร้างผลตอบแทนมหาศาลเรื่อยมา
ความสำเร็จดังกล่าวขยายวงต่อไปยังวงการภาพยนตร์ เมื่อสจ๊วร์ตก้าวเข้ามารับบทเด่นในแฟรนไชส์ X-Men จนกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของกระแสภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ยุคต่อมา
โจทย์ท้าทายของสตูดิโอยุคใหม่
เส้นทางของ แพทริก สจ๊วร์ต (Patrick Stewart) พิสูจน์ให้เห็นว่า ค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ได้ประโยชน์มหาศาลจากการนำศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของอังกฤษมาผสานเข้ากับอุตสาหกรรมภาพยนตร์พาณิชย์ ทว่าในปัจจุบัน วิธีคัดเลือกนักแสดงและระบบสร้างแฟรนไชส์เปลี่ยนไปมาก การพึ่งพานักแสดงสายเวทีคลาสสิกเริ่มลดน้อยลง สวนทางกับความเร็วในการผลิต การพึ่งพาเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟิก และกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่เข้ามาชี้นำการลงทุนแทน
คำถามสำคัญที่ทิ้งไว้ให้คนในวงการ ทั้งในลอสแอนเจลิส (Los Angeles) และทั่วโลก คือสตูดิโอยุคนี้จะยังสร้างตัวละครที่เปี่ยมด้วยบารมีและยืนหยัดข้ามทศวรรษแบบที่สจ๊วร์ตเคยทำได้หรือไม่ การจากไปของ เซอร์แพทริก สจ๊วร์ต จึงสะท้อนโจทย์ใหญ่ว่า แฟรนไชส์ระดับโลกยังจำเป็นต้องมีหัวใจเป็นพลังฝีมือทางการแสดง หรือจะปล่อยให้เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่อย่างเบ็ดเสร็จในอนาคต
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก