เดิมพันภาษีบาป: เมื่อร่างกฎหมายภูมิใจไทย ส่อเปิดทางให้อำนาจการเมืองแทรกแซง
เครือข่ายประชาสังคมจี้ถอนร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับ หวั่นรื้อระบบงบประมาณจนกระทบความเป็นอิสระของสื่อและงานสุขภาวะ

สิงคโปร์
ร่างกฎหมาย 4 ฉบับเกี่ยวกับการบริหารจัดการรายได้จากภาษีบาป ซึ่งเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย (Bhumjaithai Party หรือ BJT) กำลังเผชิญกระแสคัดค้านอย่างหนักจากเครือข่ายภาคประชาสังคม (Civil Society) ที่ออกมารวมตัวเรียกร้องให้พรรคถอนร่างกฎหมายทั้งหมดทันที เนื่องจากกังวลว่าการดึงรายได้ภาษีเฉพาะกลุ่มกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน จะเปิดทางให้อำนาจฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง และบั่นทอนความเป็นอิสระขององค์กรสื่อบริการสาธารณะ ตลอดจนองค์กรด้านสุขภาพและสวัสดิการสังคม
ประเด็นถกเถียงสำคัญไม่ได้อยู่ที่การจัดเก็บรายได้ แต่อยู่ที่อำนาจในการจัดสรรงบประมาณ เดิมทีกรอบภาษีบาปถูกออกแบบมาเพื่อกันทรัพยากรเหล่านี้ให้พ้นจากวงจรการเมืองและการต่อรองงบประมาณประจำปี เพื่อให้งานด้านสุขภาวะ สวัสดิการ และสื่อสาธารณะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพิงฝ่ายบริหาร แต่หากร่างกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยผ่านความเห็นชอบ ทรัพยากรเหล่านี้จะต้องถูกส่งเข้าคลังหลวงและจัดสรรใหม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายความว่าสายป่านทางการเงินของแต่ละองค์กรจะต้องตกอยู่ใต้การกำกับของฝ่ายการเมืองโดยตรง
ดุลอำนาจที่เปลี่ยนผ่านกับคำถามเรื่องอิสระในการทำงาน
แม้ฝ่ายเสนอร่างกฎหมายจะมองว่า นี่คือการดึงวินัยการคลังกลับสู่ศูนย์กลางเพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบได้อย่างครอบคลุม แต่ในมุมของภาคประชาสังคม การสูญเสียความเป็นอิสระทางการเงินย่อมนำไปสู่การสูญเสียอิสระในการทำงาน องค์กรที่เคยกล้าตรวจสอบนโยบายรัฐบาลหรือผลักดันประเด็นที่ขัดต่อกลุ่มผลประโยชน์ อาจถูกบีบผ่านกลไกงบประมาณจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
ความพยายามควบคุมพื้นที่และทรัพยากรของภาคประชาสังคมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรุงเทพฯ (Bangkok) หากมองในระดับสากล นิตยสาร The New York Times เคยเผยแพร่ (Published) บทความความคิดเห็น (Opinion) เมื่อปี 2017 ในประเด็น Narendra Modi’s Crackdown ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลอินเดีย (India) ใช้อำนาจทางกฎหมายและการเงินเข้ามากำกับ ควบคุม และจำกัดบทบาทของภาคประชาสังคมที่ไม่ลงรอยกับรัฐอย่างไร แม้บริบทของไทยจะขับเคลื่อนผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ แต่วิธีการตัดทอนความเป็นอิสระทางการเงินขององค์กรภาคสังคมก็นับว่าดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน
สมดุลอำนาจที่รอคำตอบจากสภา
บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของสมดุลอำนาจระหว่างรัฐบาลกับสถาบันทางสังคม หากพรรคภูมิใจไทยยังเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับต่อไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน สภาผู้แทนราษฎรจะกลายเป็นเวทีชี้ขาดว่า กลไกภาษีบาปที่คุ้มครองการทำงานของสื่อสาธารณะและองค์กรสุขภาวะมาโดยตลอด จะยังคงรักษาบทบาทที่เป็นอิสระไว้ได้ หรือจะถูกดึงกลับเข้าสู่วงจรการเมืองในที่สุด
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก