Skip to content
ไทยข่าว

เดิมพันภาษีบาป: เมื่อร่างกฎหมายภูมิใจไทย ส่อเปิดทางให้อำนาจการเมืองแทรกแซง

เครือข่ายประชาสังคมจี้ถอนร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับ หวั่นรื้อระบบงบประมาณจนกระทบความเป็นอิสระของสื่อและงานสุขภาวะ

โดย Somchai Preechawitหัวหน้าสำนักข่าวกรุงเทพฯอ่าน 3 นาที0
แชร์
Thailand's Sin-Tax Challenge Exposes the Fragility of Independent Civic Funding

สิงคโปร์

ร่างกฎหมาย 4 ฉบับเกี่ยวกับการบริหารจัดการรายได้จากภาษีบาป ซึ่งเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย (Bhumjaithai Party หรือ BJT) กำลังเผชิญกระแสคัดค้านอย่างหนักจากเครือข่ายภาคประชาสังคม (Civil Society) ที่ออกมารวมตัวเรียกร้องให้พรรคถอนร่างกฎหมายทั้งหมดทันที เนื่องจากกังวลว่าการดึงรายได้ภาษีเฉพาะกลุ่มกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน จะเปิดทางให้อำนาจฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง และบั่นทอนความเป็นอิสระขององค์กรสื่อบริการสาธารณะ ตลอดจนองค์กรด้านสุขภาพและสวัสดิการสังคม

ประเด็นถกเถียงสำคัญไม่ได้อยู่ที่การจัดเก็บรายได้ แต่อยู่ที่อำนาจในการจัดสรรงบประมาณ เดิมทีกรอบภาษีบาปถูกออกแบบมาเพื่อกันทรัพยากรเหล่านี้ให้พ้นจากวงจรการเมืองและการต่อรองงบประมาณประจำปี เพื่อให้งานด้านสุขภาวะ สวัสดิการ และสื่อสาธารณะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพิงฝ่ายบริหาร แต่หากร่างกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยผ่านความเห็นชอบ ทรัพยากรเหล่านี้จะต้องถูกส่งเข้าคลังหลวงและจัดสรรใหม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายความว่าสายป่านทางการเงินของแต่ละองค์กรจะต้องตกอยู่ใต้การกำกับของฝ่ายการเมืองโดยตรง

ดุลอำนาจที่เปลี่ยนผ่านกับคำถามเรื่องอิสระในการทำงาน

แม้ฝ่ายเสนอร่างกฎหมายจะมองว่า นี่คือการดึงวินัยการคลังกลับสู่ศูนย์กลางเพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบได้อย่างครอบคลุม แต่ในมุมของภาคประชาสังคม การสูญเสียความเป็นอิสระทางการเงินย่อมนำไปสู่การสูญเสียอิสระในการทำงาน องค์กรที่เคยกล้าตรวจสอบนโยบายรัฐบาลหรือผลักดันประเด็นที่ขัดต่อกลุ่มผลประโยชน์ อาจถูกบีบผ่านกลไกงบประมาณจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่

ความพยายามควบคุมพื้นที่และทรัพยากรของภาคประชาสังคมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรุงเทพฯ (Bangkok) หากมองในระดับสากล นิตยสาร The New York Times เคยเผยแพร่ (Published) บทความความคิดเห็น (Opinion) เมื่อปี 2017 ในประเด็น Narendra Modi’s Crackdown ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลอินเดีย (India) ใช้อำนาจทางกฎหมายและการเงินเข้ามากำกับ ควบคุม และจำกัดบทบาทของภาคประชาสังคมที่ไม่ลงรอยกับรัฐอย่างไร แม้บริบทของไทยจะขับเคลื่อนผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ แต่วิธีการตัดทอนความเป็นอิสระทางการเงินขององค์กรภาคสังคมก็นับว่าดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน

สมดุลอำนาจที่รอคำตอบจากสภา

บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของสมดุลอำนาจระหว่างรัฐบาลกับสถาบันทางสังคม หากพรรคภูมิใจไทยยังเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับต่อไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน สภาผู้แทนราษฎรจะกลายเป็นเวทีชี้ขาดว่า กลไกภาษีบาปที่คุ้มครองการทำงานของสื่อสาธารณะและองค์กรสุขภาวะมาโดยตลอด จะยังคงรักษาบทบาทที่เป็นอิสระไว้ได้ หรือจะถูกดึงกลับเข้าสู่วงจรการเมืองในที่สุด

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก