จับหญิงไทยในอินเดีย ยึดสารต้องสงสัย MDMA 14.8 กรัม ซุกซ่อนในบ้านพักย่านคุรุคราม
ตำรวจรัฐหรยาณาบุกค้นบ้านพักใกล้เดลี พบของกลางซุกหลังทีวี ส่งตรวจแล็บยืนยันความผิด

สิงคโปร์
คดียาเสพติดข้ามชาติไม่ได้จำกัดอยู่แค่ขบวนการลักลอบขนส่งตามแนวชายแดน แต่เริ่มลามสู่ชีวิตประจำวันของคนไทยที่พำนักในต่างแดน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดในอินเดียเข้าจับกุมหญิงสัญชาติไทยที่เมืองคุรุคราม ใกล้กรุงเดลี หลังตรวจพบสารต้องสงสัยว่าเป็นยาอีหรือ MDMA ภายในบ้านพักที่เธออาศัยอยู่
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อหน่วยงานควบคุมยาเสพติดประจำรัฐหรยาณา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ Block ย่าน Sushant Lok หลังได้รับเบาะแสว่ามีชาวต่างชาติลักลอบจำหน่าย MDMA จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบถุงพลาสติกใสซุกซ่อนอยู่หลังเครื่องรับโทรทัศน์ ชั่งน้ำหนักรวมได้ 14.8 กรัม
พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกคดีที่สถานีตำรวจ Sushant Lok ในช่วงเดือนตุลาคม โดยแจ้งข้อหาตามมาตราที่เกี่ยวข้องของกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทของอินเดีย ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงหากผลตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นสารเสพติดจริง อย่างไรก็ดี ทางการอินเดียยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจทางเคมีจากห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ เพื่อชี้ชัดว่าของกลางน้ำหนัก 14.8 กรัมดังกล่าวคือ MDMA ตามที่ตั้งข้อสงสัยหรือไม่
คดีนี้สะท้อนแรงกดดันและต้นทุนชีวิตของคนไทยในต่างแดน ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงลิ่ว การก้าวพลาดไปข้องแวะกับเครือข่ายผิดกฎหมายอาจต้องแลกด้วยอิสรภาพและภาระคดีความ ขณะเดียวกัน รายงานจากสื่อ South China Morning Post ระบุว่าในปี 2025 ความเสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ในเอเชียแปซิฟิกพุ่งสูงถึง 114,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขมหาศาลนี้แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายนอกกฎหมายในภูมิภาคล้วนจูงใจคนด้วยผลประโยชน์ทางการเงิน และมักดึงดูดผู้คนให้ถลำลึกจนสร้างความเสียหายร้ายแรง
ชะตากรรมของหญิงไทยรายนี้ยังขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมของอินเดีย ทั้งผลตรวจพิสูจน์สารเคมีและการพิจารณาของศาล ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติคนไทยนอกประเทศว่า การใช้ชีวิตไกลบ้านต้องระมัดระวังคนใกล้ชิดและสภาพแวดล้อมรอบตัว เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ชีวิตพลิกผันจนยากจะแก้ไข
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก