รวบชายกัมพูชาซุกปทุมธานี สารภาพขับรถพาแก๊งส่งระเบิดถล่มคู่อริ
ตำรวจจับกุมชายชาวกัมพูชาในจังหวัดปทุมธานี ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง ก่อนรับสารภาพเป็นคนขับรถนำส่งแก๊งที่พกพาระเบิดเพื่อก่อเหตุโจมตีคู่อริ

สิงคโปร์
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปทุมธานีจับกุมชายชาวกัมพูชาได้ 1 คน ซึ่งสารภาพว่าขับรถพาแก๊งสมาชิกกลุ่มหนึ่งที่พกระเบิดไปก่อเหตุโจมตีคู่อริ
การจับกุมเกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งว่ามีสมาชิกแก๊งชาวกัมพูชาหลบหนีการจับกุมมาซ่อนตัวอยู่ในที่พักอาศัยภายในตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี
เจ้าหน้าที่พบชายชาวกัมพูชาตามลักษณะที่ได้รับแจ้ง โดยระบุชื่อนายคุณ อายุ 31 ปี และนายซุน อายุ 30 ปี ทั้งสองคนไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ และจากการตรวจสอบข้อมูลชีวมาตรของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่พบประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศไทย
ระหว่างการสอบสวน นายซุนยอมรับว่าเป็นคนขับรถนำสมาชิกแก๊งที่พกพาระเบิดไปก่อเหตุโจมตีกลุ่มคู่อริ
สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความซับซ้อนและมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบต่อเนื่อง กัมพูชาพยายามปราบปรามแก๊งฉ้อโกงอย่างจริงจัง ดังที่ปรากฏในรายงานของ The Japan Times เมื่อปี 2025 ซึ่งจัดให้มีการประชุมเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ The Japan Times ยังรายงานในปี 2025 ว่ากัมพูชามีแผนจะพุ่งเป้าไปที่ธุรกิจคาสิโนในการปราบปรามขั้นต่อไป อย่างไรก็ตาม รายงานของ South China Morning Post ในปี 2025 ชี้ว่าแก๊งฉ้อโกงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการจัดระเบียบใหม่หลังปราบปรามในกัมพูชา ทำให้ปัญหาไม่ได้ลดลงอย่างที่คาดไว้
ประเทศไทยก็เผชิญความท้าทายในการควบคุมชายแดน ดังที่ Reuters รายงานในปี 2025 ว่าไทยยังคงเร่งสร้างรั้วกั้นชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดการปะทะในปี 2026 ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความตึงเครียดและความพยายามป้องกันการหลบหนีเข้าเมือง รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ
การจับกุมครั้งนี้ในปทุมธานีตอกย้ำว่า แม้จะมีความพยายามจากหลายประเทศในภูมิภาคในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ช่องว่างและจุดอ่อนในการควบคุมชายแดนยังคงมีอยู่ ทำให้กลุ่มอาชญากรสามารถใช้เป็นเส้นทางดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมายได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังต้องการการแก้ไขอย่างยั่งยืนและความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่เข้มแข็งมากขึ้นในอนาคต
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก