เดิมพันแก้รัฐธรรมนูญหมู่เกาะโซโลมอน เมื่อเสถียรภาพการเมืองถูกขีดเส้นจากเตียงพยาบาล
ความพยายามสกัด ส.ส. ย้ายขั้วของรัฐบาลแมทธิว เวล ท่ามกลางศึกชิงอิทธิพลระหว่างมหาอำนาจในแปซิฟิก

การเมืองในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกมักเผชิญวังวนความไร้เสถียรภาพ รัฐบาลผสมล้มลุกคลุกคลาน สมาชิกรัฐสภาเปลี่ยนขั้วย้ายข้างได้แทบทุกสัปดาห์ และการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็พร้อมเขย่าเก้าอี้ผู้นำได้ทุกจังหวะ ทว่าในจังหวะที่นายกรัฐมนตรี Matthew Wale กำลังพักรักษาตัวใน Australia หลังต้องเดินทางออกจากกรุง Honiara ด้วยเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ รัฐบาลของเขากลับเดินหน้าผลักดันหมุดหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนดุลอำนาจของ Solomon Islands ไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลผสมภายใต้ชื่อกลุ่ม GREAT (Government for Reform, Empowerment, Accountability and Transformation) ประกาศเตรียมรื้อระบบและแก้รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ โดยเน้นดันมาตรการสกัดการย้ายขั้วของ ส.ส. (anti-defection measures) เข้าสู่กฎหมายสูงสุด หวังปิดฉากยุคสมัยของรัฐบาลผสมที่ง่อนแง่นและการแปรพักตร์ทางการเมือง แม้จนถึงขณะนี้ Office ของนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ยืนยันว่า Wale จะเดินทางกลับประเทศเมื่อใด
เสถียรภาพในสภา บนกระดานหมากมหาอำนาจ
ความเคลื่อนไหวเพื่อสร้างกติกาการเมืองที่คาดเดาได้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ Solomon Islands ตกอยู่ใจกลางสมรภูมิการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจมาตลอด เสถียรภาพของรัฐบาลใน Honiara จึงผูกโยงกับทิศทางนโยบายต่างประเทศทั่วภูมิภาคแปซิฟิกอย่างแยกไม่ออก
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Australia และ Solomon Islands เคยจับมือให้คำมั่นกระชับความสัมพันธ์ พร้อมแสดงท่าทีวิจารณ์การทดสอบขีปนาวุธของจีนในแปซิฟิก (China's Pacific) ขณะเดียวกัน United States ก็เร่งรื้อฟื้นและขยายความร่วมมือระดับทวิภาคี ท่ามกลางคำยืนยันจาก Minister ของ China ตามรายงานของ Reuters เช่นกันว่า ปักกิ่งไม่ได้ต้องการแผ่ขยายเขตอิทธิพลในภูมิภาคนี้
เมื่อผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจถาโถมเข้ามา รัฐบาลที่ไม่ถูกสั่นคลอนจากเกมต่อรองในสภาจึงกลายเป็นเป้าหมายสูงสุดของผู้กุมอำนาจรัฐ หาก Parliament มีเสถียรภาพ การเจรจากรอบยุทธศาสตร์และข้อตกลงพัฒนากับต่างชาติย่อมดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง
ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อปิดประตูย้ายขั้ว
ทว่าคำถามสำคัญที่มักถูกละเลยคือ เมื่อนโยบายถูกขีดเส้นจากเมืองหลวง ชุมชนชายขอบคือผู้แบกรับผลกระทบ การดัดหลัง ส.ส. ไม่ให้ย้ายค่ายอาจยุติความวุ่นวายในการจัดตั้งรัฐบาลได้จริง แต่โครงสร้างที่รวบอำนาจไว้กับหัวหน้าพรรคการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ ย่อมลดทอนความยืดหยุ่นในการสะท้อนเสียงของประชาชนตามเกาะแก่งห่างไกล
ในระเบียบเดิม ส.ส. มักใช้การเปลี่ยนขั้วเป็นชนักต่อรองดึงงบประมาณและผลประโยชน์กลับสู่พื้นที่ หากกติกาใหม่ตัดขาดช่องทางดังกล่าว เสถียรภาพที่รัฐบาล GREAT วาดหวังไว้อาจกลายเป็นการแช่แข็งดุลอำนาจ จนกลไกตรวจสอบของฝ่ายค้าน (Opposition) และอำนาจตุลาการ (Judiciary) ต้องแบกรับภาระหนักขึ้นในการคานอำนาจ
ความย้อนแย้งที่น่าจับตาคือ รัฐบาลกำลังเดินหน้าจัดระเบียบโครงสร้างการเมืองระยะยาว ในช่วงเวลาที่ตัวผู้นำสูงสุดยังคงเผชิญปัญหาสุขภาพในต่างแดน ความพยายามสร้างหลักประกันความมั่นคงให้เวทีการเมือง จึงดำเนินไปท่ามกลางความไม่แน่นอนของตัวผู้นำเองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก