Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกข่าว

ศาลบราซิลขีดเส้น 120 วัน สั่งกลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์พ้นเขตชนพื้นเมืองพิริปกูรา

คำสั่งศาลรัฐบาลกลางย้ำคุ้มครองชนเผ่าตัดขาดโลกภายนอก ทว่าการบังคับคดีจริงกลางป่าแอมะซอนยังเป็นโจทย์หิน

โดย Mei-Ling Chowผู้สื่อข่าวต่างประเทศอ่าน 3 นาที0
แชร์
Judicial Evictions in Mato Grosso Test the Enforcement Limits of Frontier Law
Photo: Mongabay Asia

คำสั่งของผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในรัฐมาตูโกรสซูของบราซิล ที่กำหนดให้กลุ่มบุคคลพร้อมทั้งลูกจ้าง สัตว์เลี้ยง เครื่องจักร อุปกรณ์ และทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายได้ทั้งหมด ย้ายออกจากเขตแดนชนพื้นเมืองพิริปกูราภายใน 120 วัน นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตัดจังหวะการรุกคืบของกลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในผืนป่าแอมะซอน คำตัดสินเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาถือเป็นการกลับคำสั่งเดิม ซึ่งเคยผ่อนปรนให้บุคคลบางกลุ่มปักหลักในพื้นที่ได้จนกว่าขั้นตอนปักปันเขตแดนจะแล้วเสร็จ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังหน่วยงานกิจการชนพื้นเมืองของบราซิลหรือฟูไน ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอิบามา ตรวจพบหลักฐานการลักลอบสร้างลานบินชั่วคราวเพื่อใช้ขนส่งยาเสพติด ควบคู่กับการแผ้วถางป่าผืนใหม่เพื่อขยายฟาร์มปศุสัตว์ ข้อมูลเชิงประจักษ์เหล่านี้บีบให้ฝ่ายตุลาการต้องยุติการผ่อนปรน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นอาศัยของชนพื้นเมืองพิริปกูราที่ดำรงชีวิตตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมัครใจ

บทลงโทษรายวันกับแรงเสียดทานในป่าลึก

ภายใต้คำสั่งศาลฉบับล่าสุด ผู้ใดที่ฝ่าฝืนไม่ยอมถอนตัวออกไปตามกำหนดเวลา จะถูกปรับเป็นรายวัน 500 เรอัล หรือราว 93 ดอลลาร์สหรัฐ แม้มาตรการปรับเงินจะทำหน้าที่เป็นแรงกดดันทางกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ ยอดเงินระดับนี้อาจแทบไม่ระคายเคืองผลประโยชน์มหาศาลที่กลุ่มทุนได้จากการขยายทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และเครือข่ายผิดกฎหมายในเขตป่าลึก

สถานการณ์ในรัฐมาตูโกรสซูยังสะท้อนแรงกดดันที่ชนพื้นเมืองกลุ่มอื่นต้องเผชิญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของชนพื้นเมืองคาวาฮิวาที่ถูกขบวนการลักลอบตัดไม้และกลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์รุกรานอย่างหนักจนเป็นประเด็นถกเถียงต่อเนื่องมาถึงปี 2025 รวมถึงข้อพิพาทระดับชาติเกี่ยวกับกฎหมายมาร์กูเตมโปราลที่พยายามจำกัดสิทธิการถือครองที่ดินของชนดั้งเดิม ซึ่งแม้ศาลสูงสุดของบราซิลจะเคยวินิจฉัยเพื่อปกป้องสิทธิของชนพื้นเมือง แต่แรงต้านจากกลุ่มทุนเกษตรกรรมก็ยังไม่แผ่วลง

โจทย์จริงหลังคำพิพากษา

ความท้าทายหลักจึงไม่ได้อยู่ที่ความเด็ดขาดของตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่ว่าทางการบราซิลจะแปรคำสั่งบนหน้ากระดาษให้กลายเป็นการคุมพื้นที่จริงได้อย่างไร การผลักดันทั้งคน เครื่องจักรหนัก และฝูงสัตว์ออกจากป่าทึบกินอาณาเขตกว้างใหญ่ ต้องอาศัยกำลังเจ้าหน้าที่และการลาดตระเวนระยะยาว ไม่ใช่เพียงการเข้าตรวจค้นเป็นครั้งคราว

เมื่อเส้นตาย 120 วันเริ่มนับถอยหลัง แรงกดดันจึงย้ายจากบัลลังก์ศาลไปสู่แนวป่าแอมะซอน หากกลไกบังคับใช้กฎหมายยังตัดวงจรผลประโยชน์ของกลุ่มปศุสัตว์และเครือข่ายนอกกฎหมายไม่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ คำสั่งขับไล่รอบนี้ก็อาจเป็นได้เพียงมาตรการชะลอวิกฤตชั่วคราว ท่ามกลางสมดุลอำนาจที่เปราะบางระหว่างการปกป้องสิทธิชนพื้นเมืองกับการรุกคืบทางเศรษฐกิจ

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก