Skip to content
ไทยแปซิฟิก ออริจินัล

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569: เสียงผู้ประกันตนจะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง

โดย Novalyraผู้สื่อข่าวประจำประเทศไทยอ่าน 3 นาที0
แชร์
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569: เสียงผู้ประกันตนจะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง
Pacific Press Asia

การเลือกตั้งบางครั้งไม่ได้เปลี่ยนรัฐบาล แต่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชนไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อผลของการเลือกตั้งเกี่ยวข้องกับเงินที่ผู้คนส่งสมทบตลอดหลายปี และหลักประกันที่พวกเขาคาดหวังว่าจะพึ่งพาได้ในวันที่เจ็บป่วย ขาดรายได้ หรือก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 จึงเป็นอีกวันสำคัญของระบบประกันสังคมไทย เมื่อผู้ประกันตนและนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้งได้ออกเสียงเลือกผู้แทนเข้าสู่คณะกรรมการประกันสังคม หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “บอร์ดประกันสังคม”

แม้บรรยากาศการเลือกตั้งอาจไม่ได้รับความสนใจเทียบเท่าการเมืองระดับชาติ แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคูหาลงคะแนนครั้งนี้เกี่ยวข้องกับคำถามพื้นฐานข้อหนึ่ง นั่นคือ ผู้ที่ร่วมจ่ายเงินเข้าสู่ระบบควรมีบทบาทเพียงใดในการกำหนดอนาคตของระบบที่ตนเองต้องพึ่งพา

จากผู้ส่งเงินสมทบ สู่ผู้มีเสียงในระบบ

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2569 นับเป็นครั้งที่สองที่ประเทศไทยเปิดให้มีการเลือกผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้างโดยตรง ต่อเนื่องจากการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2566

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเลือกผู้แทนฝ่ายละ 7 คน เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ร่วมกับกรรมการฝ่ายภาครัฐในคณะกรรมการประกันสังคม

เดิมการเลือกตั้งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน ก่อนเลื่อนมาเป็นวันที่ 11 ตุลาคม เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่อาจกระทบต่อการเดินทางและโอกาสในการใช้สิทธิอย่างทั่วถึง โดยกำหนดเวลาเปิดหน่วยเลือกตั้งตั้งแต่ 08.00–16.00 น.

ความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บทบาทของคณะกรรมการซึ่งมีส่วนร่วมพิจารณาทิศทางนโยบาย สิทธิประโยชน์ และการบริหารกองทุนประกันสังคมที่มีเงินอยู่ในระดับหลายล้านล้านบาท

เงินสมทบกับความไว้วางใจ

สำหรับมนุษย์เงินเดือน เงินประกันสังคมอาจปรากฏเป็นเพียงรายการหักในสลิปเงินเดือนแต่ละเดือน ทว่าเมื่อมองให้ลึกลงไป เงินจำนวนนี้เชื่อมโยงกับความมั่นคงในชีวิตตั้งแต่ช่วงวัยทำงานไปจนถึงวัยเกษียณ

เมื่อเจ็บป่วย ผู้ประกันตนย่อมคาดหวังว่าจะเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม เมื่อสูญเสียรายได้ก็ต้องการหลักประกันที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และเมื่อถึงวัยเกษียณ สิทธิประโยชน์ที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงานควรมีความแน่นอนเพียงพอให้วางแผนอนาคตได้

ความคาดหวังเหล่านี้ทำให้การบริหารกองทุนประกันสังคมไม่ใช่เรื่องของตัวเลขทางบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความไว้วางใจระหว่างประชาชนกับสถาบันที่มีหน้าที่ดูแลเงินส่วนรวม

การบริหารที่ดีจึงต้องตอบโจทย์หลายด้านพร้อมกัน ทั้งความโปร่งใส ความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร ความมั่นคงของกองทุนในระยะยาว และความเหมาะสมของสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนแต่ละกลุ่ม

โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากสังคมสูงวัย คำถามเรื่องบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล และความยั่งยืนทางการเงินยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การได้รับเลือกตั้งเข้าสู่บอร์ดไม่ได้หมายความว่าผู้แทนจะสามารถเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ได้ทันที ทุกข้อเสนอยังคงต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย ข้อจำกัดด้านงบประมาณ และกระบวนการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประชาธิปไตยที่ไม่ได้สิ้นสุดในสนามการเมือง

อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือ การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสะท้อนให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนสามารถเกิดขึ้นได้ในสถาบันที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตโดยตรง

ผู้ประกันตนที่กำลังวางแผนเกษียณอาจให้ความสำคัญกับความมั่นคงของบำนาญ ขณะที่แรงงานอิสระอาจกังวลเรื่องความครอบคลุมของหลักประกัน ส่วนผู้ประกอบการอาจให้ความสนใจกับภาระเงินสมทบและเสถียรภาพของระบบในระยะยาว

ความต้องการเหล่านี้ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบเดียวกัน

หน้าที่ของผู้แทนจึงไม่ใช่เพียงการนำข้อเรียกร้องของแต่ละฝ่ายเข้าสู่ที่ประชุม แต่รวมถึงการพิจารณาว่าจะสร้างสมดุลระหว่างความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตน ความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง และความยั่งยืนของกองทุนได้อย่างไร

บททดสอบที่แท้จริงเริ่มหลังปิดหีบ

ผลการเลือกตั้งจะบอกได้ว่าใครได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปทำหน้าที่ แต่ยังไม่อาจบอกได้ว่าระบบประกันสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้คือ ผู้แทนที่ได้รับเลือกจะสื่อสารกับผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่องเพียงใด การตัดสินใจสำคัญจะเปิดให้สาธารณชนตรวจสอบได้มากขึ้นหรือไม่ และนโยบายที่ถูกผลักดันจะสร้างประโยชน์ต่อผู้มีส่วนร่วมในระบบได้จริงเพียงใด

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2569 อาจไม่ได้วัดจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิเพียงอย่างเดียว

หากต้องวัดจากความสามารถในการเปลี่ยนเสียงของผู้ประกันตนให้กลายเป็นการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และรับผิดชอบต่อเงินทุกบาทที่ประชาชนร่วมกันส่งเข้าสู่ระบบ

เพราะหลักประกันทางสังคมที่มั่นคงไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีเงินกองทุนจำนวนมากเท่านั้น แต่ต้องเกิดจากความเชื่อมั่นด้วยว่า เงินเหล่านั้นจะได้รับการดูแลอย่างรอบคอบและเป็นธรรมต่อคนทุกช่วงวัย

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก