Skip to content
ธุรกิจและสังคมข่าว

StanChart ปรับเป้าหมายปี 2026 รับกำไรไตรมาสพุ่งทะลุคาดการณ์

แรงหนุนจากธุรกิจความมั่งคั่งในเอเชียดันผลตอบแทนแตะ 14% ท่ามกลางโจทย์เศรษฐกิจข้ามทวีปที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

โดย Claire Tanakaหัวหน้าผู้สื่อข่าวเอเชียแปซิฟิกอ่าน 3 นาที0
แชร์

สิงคโปร์

ธนาคารยักษ์ใหญ่ประกาศปรับเป้าหมายรายได้และผลตอบแทนกลางคันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนัก โดยเฉพาะยามที่ตลาดทุนโลกเผชิญแรงกระแทกจากทิศทางดอกเบี้ยและความผันผวนทางการเงิน ทว่า Standard Chartered หรือ StanChart เพิ่งทำให้ตลาดต้องทบทวนมุมมองใหม่อีกครั้ง หลังผลการดำเนินงานประจำไตรมาสทะยานขึ้นจนชนะตัวเลขคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์อย่างขาดลอย

ผลประกอบการที่พุ่งเกินคาดส่งผลให้ธนาคารตัดสินใจปรับเป้าหมายรายได้สำหรับปี 2026 ขึ้นสู่ระดับ 7% พร้อมทั้งขยับเป้าหมายผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นมาตรวัดประสิทธิภาพการทำกำไรสำคัญ ขึ้นสู่ระดับ 14% จากเดิมที่เคยมองไว้ที่ 12% สะท้อนชัดว่ากลไกสร้างรายได้ของธนาคารทำงานได้ดีกว่าแผนเดิมอย่างเห็นได้ชัด

แรงส่งจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและตลาดเอเชีย

ในอดีต ธนาคารที่มีเครือข่ายข้ามพรมแดนมักเจอปัญหาต้นทุนบานปลายและกำไรผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจในแต่ละท้องถิ่น ทว่าผลงานในรอบนี้ สายงานบริหารความมั่งคั่งและตลาดการเงินกลายมาเป็นหัวหอกทำกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในเอเชียซึ่งมีฮ่องกงเป็นศูนย์กลางสำคัญ หนุนให้ราคาหุ้นของธนาคารที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงพุ่งรับความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภูมิภาค

สถานการณ์ในฮ่องกงและเอเชียสะท้อนภาพต่างจากฝั่งตะวันตกอย่างชัดเจน แม้เศรษฐกิจมหภาคในบางประเทศจะชะลอตัว แต่กลุ่มลูกค้ามั่งคั่งสูงในเอเชียยังคงต้องการจัดสรรเงินทุนข้ามพรมแดน บริการบริหารสินทรัพย์และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อนจึงขยายตัวต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดตะวันตกที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มตึงตัว

ความย้อนแย้งระหว่างสำนักงานใหญ่ลอนดอนกับตลาดเติบโต

จุดน่าสนใจในเชิงยุทธศาสตร์ของ StanChart คือโครงสร้างธุรกิจ แม้สำนักงานใหญ่จะตั้งอยู่ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ภายใต้กรอบการกำกับดูแลของยุโรป แต่รายได้และกำไรหลักกลับมาจากตลาดเกิดใหม่ ทั้งเอเชียและแอฟริกา การดำเนินธุรกิจท่ามกลางสามบริบทเศรษฐกิจจึงสร้างแรงเหวี่ยงที่ต่างกันคนละขั้ว

ขณะที่สหราชอาณาจักรและยุโรปต้องรับมือแรงกดดันเงินเฟ้อรวมถึงเกณฑ์กำกับเงินกองทุนที่เข้มงวด ฝั่งแอฟริกากลับเผชิญความไม่แน่นอนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและสภาพคล่อง กระนั้น เครือข่ายสากลของ StanChart กลับดึงเงินทุนระหว่างภูมิภาคเหล่านี้เข้าหากันได้ดี โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศที่สถาบันการเงินท้องถิ่นไม่อาจทำได้ ไม่ต่างจากคู่แข่งสำคัญอย่าง HSBC ที่ใช้เครือข่ายข้ามทวีปในลักษณะเดียวกัน

โจทย์ที่ต้องจับตาต่อจากนี้ไม่ได้มีแค่งบกำไรรายไตรมาสที่ทะลุเป้า แต่คือข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังรอการพิสูจน์ การขยับเป้าหมายผลตอบแทนขึ้นแตะ 14% ย่อมกดดันให้ฝ่ายบริหารต้องเร่งผลักดันธุรกิจความมั่งคั่งให้โตต่อเนื่อง หากแรงส่งจากตลาดทุนเอเชียเริ่มแผ่ว หรือความผันผวนในแอฟริกากระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ คำถามสำคัญคือธนาคารจะยังรักษาระดับรายได้ 7% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 ได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังไร้วี่แววความแน่นอน

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก