Skip to content
ธุรกิจและสังคมข่าว

บทเรียนจากฟองสบู่คริปโต เมื่อ Robinhood ไม่อาจหลุดพ้นแรงเหวี่ยงตลาดเก็งกำไร

รายได้คริปโตที่วูบลง 55 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าแพลตฟอร์มรายย่อยแห่งนี้ยังติดกับดักสินทรัพย์เสี่ยง แม้พยายามขยายฐานสู่เอเชีย

โดย Owen Delacroixนักเขียนบทวิเคราะห์ Pacific Originalsอ่าน 3 นาที0
แชร์
Robinhood’s Asian Ambition Meets the Structural Volatility of Retail Crypto

สิงคโปร์

แพลตฟอร์มการเงินยุคใหม่มักพยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงของนักลงทุนรายย่อย ทว่าตัวเลขทางบัญชีกลับเผยให้เห็นความเปราะบางอยู่เสมอ การที่หุ้น Robinhood Markets ดิ่งลงถึง 8 เปอร์เซ็นต์ในการซื้อขายล่วงหน้าเมื่อวันพุธ ไม่ใช่แค่การพลาดเป้ากำไรที่ Wall Street คาดหวัง แต่สะท้อนชัดว่าธุรกิจยังไม่อาจสลัดพ้นวงจรเก็งกำไรของสินทรัพย์ดิจิทัลได้จริง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Robinhood พยายามสร้างนิยามใหม่ให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการขยายสู่บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ทั่วไป หรือการรุกข้ามทวีปมายังเอเชีย โดยปักหมุดเปิดสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์เมื่อปี 2025 และเดินหน้าเข้าสู่อินโดนีเซียในเวลาต่อมา ทว่าเมื่อเจาะดูตัวเลขงบการเงิน รายได้จากธุรกิจคริปโตกลับทรุดลง 55 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำว่ารากฐานกำไรของบริษัทยังคงผูกติดอยู่กับกระแสความนิยมในเหรียญดิจิทัลอย่างแยกไม่ออก

ลมหนาวที่พัดกลบภาพการเติบโต

ตลอดปี 2026 ตลาดคริปโตเผชิญภาวะชะลอตัวยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนเรื่องทิศทางดอกเบี้ยในสหรัฐฯ ผนวกกับเม็ดเงินที่ไหลออกจาก Bitcoin และบรรยากาศการลงทุนที่หันไปหลบความเสี่ยง ล้วนกดดันให้ตลาดซื้อขายซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด แรงเทขายระลอกแล้วระลอกเล่าไม่เพียงฉุดมูลค่าเหรียญให้ร่วงลง แต่ยังกระทบเข้าที่หัวใจสำคัญของโบรกเกอร์อย่าง Robinhood โดยตรง นั่นคือปริมาณธุรกรรมจากลูกค้ารายย่อยที่หดหายไป

หากมองโครงสร้างธุรกิจ โมเดลที่พึ่งพาค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างราคาจากการซื้อขายสินทรัพย์เก็งกำไรย่อมผันผวนตามธรรมชาติ ยามราคา Bitcoin พุ่งทะยาน แพลตฟอร์มอาจดูเหมือนเครื่องจักรผลิตเงินสดที่ไม่เคยสะดุด ทว่าเมื่อกระแสเก็งกำไรมอดลง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการขยายตัวไปทั่วโลกกลับไม่ได้ลดลงตามสัดส่วนเดียวกัน

ขีดจำกัดของยุทธศาสตร์บุกต่างแดน

ฝ่ายบริหารมักพยายามสร้างความเชื่อมั่นด้วยการกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งการรุกคืบสู่อินโดนีเซียและการวางโครงข่ายในสิงคโปร์เพื่อรองรับความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยหวังใช้เป็นเกราะพยุงรายได้ระยะยาว แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ พฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกแทบไม่ต่างกัน เมื่อความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกสั่นคลอน นักลงทุนในเอเชียย่อมไม่อาจต้านทานแรงเหวี่ยงได้ดีไปกว่าฝั่งตะวันตก

การเดิมพันของ Robinhood ในฐานะสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดทุนจึงกลายเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งบริษัทเปิดประตูให้ผู้คนเข้าถึงการลงทุนได้กว้างขวางขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง ผลกำไรกลับยังถูกตรึงไว้กับอารมณ์ตลาดที่ควบคุมไม่ได้ ตราบใดที่รายได้ยังเหวี่ยงไหวตามกระแสคริปโต คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าบริษัทจะขยายสาขาไปที่ใดต่อ แต่คือแพลตฟอร์มแห่งนี้จะสร้างผลกำไรที่มั่นคงได้อย่างไรเมื่อคลื่นการเก็งกำไรสงบลง

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก