Skip to content
ธุรกิจและสังคมข่าว

ศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 2026 ส่อสะเทือนการค้า เอเชียเร่งรับมือภาษีระลอกใหม่จากทรัมป์

แรงกระเพื่อมจากการเมืองวอชิงตันส่งผลข้ามแปซิฟิก เมื่อกำแพงภาษีศุลกากรมีแนวโน้มถูกนำกลับมาใช้เป็นเครื่องมือหลักอีกครั้ง

โดย Daniel Okaforผู้สื่อข่าวสายธุรกิจและสังคมอ่าน 3 นาที0
แชร์
Asia Faces the Electoral Threat of American Trade Barriers
Photo: Nikkei Asia

สิงคโปร์

การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา (United States) ในปี 2026 กำลังสร้างแรงกดดันต่อภาคการค้าและห่วงโซ่อุปทานในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อภูมิภาคต้องเตรียมรับมือกับแนวโน้มการรื้อฟื้นกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ (Trump) อีกครั้ง หลังทิศทางการเมืองสหรัฐฯ สะท้อนชัดเจนว่า นโยบายกีดกันทางการค้ายังคงเป็นไพ่ใบสำคัญที่ถูกนำมาใช้ดึงคะแนนเสียง

รายงานจาก นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) ชี้ให้เห็นว่า ความวิตกของตลาดเอเชียไม่ได้หยุดอยู่แค่วลีหาเสียงหรือผลแพ้ชนะของพรรคการเมือง แต่ผูกโยงกับทิศทางนโยบายที่อาจเปลี่ยนเส้นทางการค้าโลก แรงกดดันด้านภาษีรอบใหม่นี้กลายเป็นความเสี่ยงที่ระบบเศรษฐกิจซึ่งพึ่งพาการส่งออกในเอเชียต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางแนวโน้มที่ชาติคู่ค้าตะวันตกเริ่มตั้งกำแพงการค้าสูงขึ้น

ห่วงโซ่อุปทานเผชิญโจทย์ยากในจังหวะเปราะบาง

สำหรับเอเชีย มาตรการภาษีศุลกากรระลอกใหม่นี้เข้ามาซ้ำเติมภาคการผลิตที่เปราะบางอยู่แล้ว นิกเคอิ เอเชีย ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระแสต่อต้านนิคมศูนย์ข้อมูล (data centers) ภายในสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มส่งแรงกระเพื่อมมาถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีในเอเชีย สะท้อนว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองของสหรัฐฯ กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม

ตรรกะของทรัมป์วางอยู่บนแนวคิดที่ว่า การตั้งกำแพงภาษีสูงลิ่วจะช่วยดึงงานและโรงงานผลิตกลับคืนสู่สหรัฐฯ ทว่าในความเป็นจริง ห่วงโซ่อุปทานโลกไม่อาจตัดขาดจากเอเชียได้ในชั่วข้ามคืน วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางจากเอเชียยังเป็นหัวใจสำคัญของภาคอุตสาหกรรมอเมริกัน การเพิ่มภาระภาษีจึงไม่ได้กดดันเฉพาะผู้ส่งออกฝั่งเอเชีย แต่จะย้อนกลับไปซ้ำเติมต้นทุนของผู้ผลิตและผู้บริโภคในสหรัฐฯ เอง

ปัจจัยเสี่ยงรอบด้านกับทางออกที่ยังไร้คำตอบ

แรงสั่นสะเทือนทางการเมืองในสหรัฐฯ ยังเกิดขึ้นพร้อมกับคลื่นความผันผวนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ที่ส่งผลต่อการประเมินความเสี่ยงในตลาดทุนตามรายงานของ ลิฟมินต์ (Livemint) ตลอดจนรายงานด้านสิ่งแวดล้อมจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) ที่ชี้ถึงภัยคุกคามบริเวณชายฝั่งซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2026 ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ประกอบการในเอเชียต้องรับมือกับต้นทุนรอบด้านที่ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ซึ่ง เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ (South China Morning Post) ระบุถึงบทบาทสำคัญของบุคลากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังจำเป็นต้องอาศัยระบบการค้าที่เปิดกว้าง หากมาตรการกีดกันทางการค้าถูกนำมาใช้อย่างเข้มงวด ย่อมชะลอการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนระหว่างภูมิภาคอย่างไม่อาจเลี่ยง

โจทย์ใหญ่ของเอเชียในเวลานี้คือ ความสามารถในการกระจายความเสี่ยง แม้หลายประเทศจะพยายามเปิดตลาดส่งออกใหม่เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ แต่กำลังซื้อขนาดใหญ่ของตลาดอเมริกาเหนือยังคงยากจะหาสิ่งใดมาทดแทนได้ในระยะสั้น ภาพที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ได้มีเพียงแค่ทรัมป์จะผลักดันนโยบายภาษีรูปแบบใด แต่รวมถึงโครงสร้างเศรษฐกิจเอเชียจะยืดหยุ่นและตั้งรับแรงกระแทกจากกำแพงการค้าครั้งใหม่นี้ได้เร็วเพียงใด

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก