Skip to content
ไทยข่าว

น้ำท่วมซ้ำซากพัทยาสายสาม: เมื่อฝนกระหน่ำชั่วครู่ กลายเป็นต้นทุนที่คนเดินทางต้องแบกรับ

ฝนตกหนักฉับพลันตัดขาดแยกมุมอร่อยและบีบการจราจรหน้าเมกาโฮม ตอกย้ำปัญหาผังเมืองที่ผลักภาระให้ผู้ใช้ทาง

โดย Arisa Chindavanichผู้สื่อข่าวสายสังคมไทยอ่าน 3 นาที0
แชร์
An Urban Drainage Deficit in Plain View
Photo: The Thaiger

สิงคโปร์

บ่ายวันที่ 29 ตุลาคม ฝนกระหน่ำเมืองพัทยาอย่างหนักและกะทันหัน เปลี่ยนถนนหลายสายให้กลายสภาพเป็นทางน้ำไหล จนตัดขาดการสัญจรแทบสิ้นเชิง

บริเวณแยกมุมอร่อยบนถนนพัทยาสายสาม มีน้ำท่วมขังสูงจนรถทุกประเภท ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ไม่สามารถแล่นผ่านได้ ทีมเจ้าหน้าที่ต้องเข้าประจำจุดเพื่อเร่งจัดระเบียบการจราจรและช่วยนำรถพ้นแนวน้ำท่วม ขณะเดียวกัน พื้นที่หน้าห้างเมกาโฮมบนถนนฝั่งขาเข้าสัตหีบ เกิดน้ำท่วมขังผิวจราจรจนรถสัญจรผ่านได้เพียงช่องทางขวาสุด ส่งผลให้แถวรถชะลอตัวสะสมยาวเหยียด

ภาระประจำวันบนถนนที่ไร้ทางระบาย

ภาพเจ้าหน้าที่ลุยน้ำคอยช่วยเข็นรถและอำนวยความสะดวกตามจุดเสี่ยง กลายเป็นภาพชินตาของเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ ทว่าคำถามสำคัญคือ ใครคือผู้แบกรับต้นทุนจากความชะงักงันที่วนเวียนซ้ำซาก

เมื่อเส้นทางสัญจรสายหลักอย่างถนนพัทยาสายสาม รวมถึงเส้นทางเชื่อมต่อไปยังนาเกลือและถนนพัทยา-นาเกลือ ต้องกลายสภาพเป็นอัมพาต ความเสียหายไม่ได้ตกอยู่กับภาครัฐฝ่ายเดียว แต่ผลักไปถึงผู้ขับขี่บนท้องถนนและคนทำงานที่ต้องติดค้างอยู่นานนับชั่วโมง รวมถึงร้านค้าริมทางที่ต้องรับมือน้ำทะลักเข้าท่วม การส่งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่เพื่อบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าสะท้อนถึงความรวดเร็วในการรับมือ แต่ไม่อาจลบล้างความจริงที่ว่า เมืองยังขาดการจัดการเชิงโครงสร้างเพื่อระบายน้ำอย่างยั่งยืน

สัญญาณเตือนจากสภาพอากาศสุดขั้ว

ความถี่และความรุนแรงของพายุฝนฉับพลันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย รายงานจากสื่อต่างประเทศอย่าง The Japan Times สะท้อนถึงความสูญเสียจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายประเทศของทวีปเอเชีย ทั้งในเนปาล จีน และปากีสถาน ซึ่งตอกย้ำว่าสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงกำลังเกิดขึ้นบ่อยครั้งและคาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

แม้เมืองพัทยาจะไม่ได้รับมือกับความเสี่ยงในลักษณะเดียวกับชุมชนบนเทือกเขา แต่ความเปราะบางของระบบโครงสร้างพื้นฐานกลับไม่ต่างกัน การขยายตัวของเมืองที่ทับทางน้ำเดิม ทำให้ฝนตกหนักเพียงชั่วครู่ก็เพียงพอที่จะทำให้น้ำล้นระบบระบาย

เมื่อน้ำลดลง การสัญจรอาจกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงถูกทิ้งไว้โดยไร้คำตอบ ตราบใดที่การแก้ไขยังวนเวียนอยู่แค่การระดมทีมเจ้าหน้าที่ไปช่วยเข็นรถกลางน้ำ และปล่อยให้ประชาชนแบกรับความเสี่ยงกันเองทุกครั้งที่มีฝนกระหน่ำลงมา

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก