Skip to content
ไทยข่าว

จากคลิปเล่นแมวสู่โรงพัก: ตำรวจอุตรดิตถ์เรียกสอบผู้ปกครอง ย้ำเส้นแบ่งสวัสดิภาพสัตว์

สภ.น้ำปาดตักเตือนครอบครัวดูแลลูกสาวใกล้ชิด สะท้อนมาตรฐานกฎหมายและความรับผิดชอบของพ่อแม่ยุคโซเชียล

โดย Arisa Chindavanichผู้สื่อข่าวสายสังคมไทยอ่าน 3 นาที0
แชร์
When Viral Parenting Collides With the Criminal Law in Uttaradit

สิงคโปร์

คลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ผู้ปกครองมองเป็นเพียงพฤติกรรมซุกซนตามประสาเด็ก กลายเป็นประเด็นทางคดีทันทีหลังมีภาพที่เข้าข่ายการทารุณกรรม โดยในเดือนตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ออกหมายเรียกคู่สามีภรรยาเข้ามารับการสอบสวน หลังคลิปวิดีโอลูกสาวกระทำต่อแมวเลี้ยงของครอบครัวในลักษณะที่สร้างความเจ็บปวด ถูกส่งต่อจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และนำไปสู่การร้องเรียนจากสังคม รวมถึงมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (WDT) ที่เข้ามาติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนถกเถียงอย่างรวดเร็ว มุมหนึ่งมองว่าเด็กเล็กอาจยังไร้เดียงสาและไม่เข้าใจความเจ็บปวดของสัตว์ แต่อีกมุมหนึ่งชี้ชัดว่าการปล่อยให้เกิดพฤติกรรมลักษณะนี้ ไม่เพียงสร้างความทรมานแก่แมว แต่ยังสะท้อนถึงการขาดการดูแลเอาใจใส่จากคนในบ้าน ซึ่งท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตักเตือนครอบครัวดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหญิงทำร้ายแมวเลี้ยงอีก

หน้าที่ผู้ปกครองกับกรอบกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์

ประเด็นสำคัญไม่ได้หยุดอยู่แค่เจตนาของเด็ก ทว่าอยู่ที่ความรับผิดชอบของผู้ใหญ่ เพราะตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ของไทย กฎหมายได้วางกรอบคุ้มครองสัตว์จากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม โดยในแต่ละมาตรามีบทกำหนดโทษปรับสูงสุดถึง 40,000 บาท สำหรับผู้ที่ละเลย ไม่จัดการสวัสดิภาพ หรือกระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร

แม้ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำปาด จะเลือกการว่ากล่าวตักเตือนและกำชับให้ดูแลลูกสาวอย่างเข้มงวด แทนการตั้งข้อหาดำเนินคดีรุนแรง แต่การเรียกตัวพ่อแม่เข้าโรงพักถือเป็นสัญญาณเตือนที่หนักแน่น การที่ผู้ปกครองบันทึกภาพแล้วเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย แทนที่จะห้ามปรามหรือตักเตือนลูกตั้งแต่ต้น สะท้อนถึงช่องว่างทางความเข้าใจเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ในหลายครัวเรือน ที่มักมองสัตว์เลี้ยงเป็นของเล่น มากกว่าสิ่งมีชีวิตที่รับรู้ความเจ็บปวด

ภาพสะท้อนการเลี้ยงดูในยุคโซเชียลมีเดีย

กรณีที่อุตรดิตถ์ตอกย้ำว่า บรรทัดฐานภายในครอบครัวกับมาตรฐานทางสังคมกำลังเผชิญหน้ากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในอดีตผู้ใหญ่อาจมองการแกล้งสัตว์ของเด็กว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่โตขึ้นจะหายไปเอง แต่เมื่อภาพเหล่านั้นถูกเผยแพร่สู่สายตาสาธารณะ พฤติกรรมในบ้านย่อมถูกกำกับด้วยมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์และกฎหมายส่วนรวมทันที

บทเรียนครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การปลูกฝังความเมตตาต่อสัตว์ต้องเริ่มต้นจากผู้ใหญ่ในบ้าน ก่อนที่ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จะบานปลายเป็นการทำร้ายสัตว์ และก่อนที่บทลงโทษตามกฎหมายจะกลายเป็นบทเรียนราคาแพงในชีวิตจริง

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก