Skip to content
ธุรกิจและสังคมข่าว

ถนนเหมืองโพแทชรุกแอมะซอน ทำตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ชนพื้นเมืองมูราแห้งขอด

โครงการเหมืองทุนแคนาดาในรัฐอามาโซนัสของบราซิลจุดชนวนขัดแย้ง หลังตัดถนนเข้าพื้นที่จนตาน้ำธรรมชาติเหือดแห้ง ชุมชนสูญเสียแหล่งน้ำและวิถีชีวิตดั้งเดิม

โดย Jonas Lindqvistนักเขียนสายอุตสาหกรรมทางทะเลอ่าน 3 นาที0
แชร์
Alluvial Roadbed Engineering Collides with Amazon Basin Hydrology

การตัดถนนทางเข้าโครงการเหมืองแร่โพแทชในเขตเอาตาเซส (Autazes) รัฐอามาโซนัสของบราซิล (Brazil’s Amazonas) ส่งผลให้ตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวพื้นเมืองมูรา (Indigenous Mura) เหือดแห้งไปแล้วอย่างน้อยสองแห่ง เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าระบบสายน้ำในผืนป่าแอมะซอน (Amazon) มีความเปราะบางอย่างยิ่ง เพียงแค่การปรับหน้าดินเพื่อเปิดทางเข้าพื้นที่ ก็ส่งผลกระทบตัดขาดตาน้ำใต้ดินที่หล่อเลี้ยงชุมชนได้ทันที

โครงการเหมืองดังกล่าวซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนแคนาดา (Canadian-backed) เผชิญข้อพิพาทและเสียงคัดค้านจากชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าความเสียหายล่าสุดต่อตาน้ำศักดิ์สิทธิ์สะท้อนว่า ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะจุดขุดเจาะแร่ แต่ยังลามไปตามแนวเส้นทางขนส่งและถนนที่ตัดผ่านพื้นที่ป่า

งานก่อสร้างตัดขาดสายน้ำธรรมชาติ

รายงานจาก Mongabay Asia ชี้ว่า การตัดถนนเข้าโครงการส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำอย่างรวดเร็ว สำหรับกลุ่มชนพื้นเมืองมูรา (Mura) ตาน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบ และผืนป่าไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่ผูกพันแนบแน่นกับจิตวิญญาณและความเชื่อดั้งเดิมที่มีผู้พิทักษ์ดูแล เมื่อตาน้ำเหือดแห้ง ความมั่นคงในการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่จึงสั่นคลอนทันที

ฟีลีปี มูรา (Filipe Mura) ผู้นำชุมชนลาโก โด โซอาเรส (Lago do Soares) ซึ่งได้รับผลกระทบ เผยแพร่ข้อมูลผ่านวอตส์แอปป์ (WhatsApp) สะท้อนความสูญเสียครั้งใหญ่ของชุมชน ทั้งการสูญเสียอาณาเขต วิถีชีวิต และความผูกพันทางวัฒนธรรมกับสายน้ำธรรมชาติ การปรับหน้าดินและถมทางเพื่อรองรับยวดยานขนาดใหญ่เข้าไปปิดกั้นเส้นทางน้ำธรรมชาติ จนตาน้ำที่เคยผุดขึ้นตามฤดูกาลหยุดไหลลงอย่างสิ้นเชิง

ในมุมการวางแผนและพัฒนาโครงการ ปัญหาสำคัญคือหน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้ประเมินระบบน้ำผิวดินและตาน้ำใต้ดินอย่างรอบคอบ ลำน้ำสาขาในแอมะซอนเปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักของป่า การตัดถนนขวางทางน้ำโดยละเลยชั้นหินอุ้มน้ำย่อมสร้างความเสียหายรุนแรงที่ไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ง่าย

ข้อถกเถียงเรื่องผลประโยชน์กับต้นทุนที่ชุมชนต้องแบกรับ

แม้ฝ่ายสนับสนุนโครงการจะชูผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานปุ๋ยโพแทชเป็นข้ออ้างหลัก โดยมองว่าการตัดถนนเป็นเพียงงานโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลกระทบเฉพาะจุด ทว่าผลประโยชน์มหภาคไม่อาจบดบังความจริงที่ว่า ชาวบ้านในพื้นที่ต้องแบกรับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเพียงลำพัง ความเสียหายของตาน้ำทั้งสองแห่งไม่ใช่แค่อุบัติเหตุหน้างาน แต่เป็นสัญญาณเตือนว่ามาตรการป้องกันผลกระทบที่มีอยู่นั้นไร้ประสิทธิภาพ

ปัญหาที่น่ากังวลคือ ในปัจจุบันยังไม่มีแนวทางชัดเจนที่จะฟื้นฟูตาน้ำที่แห้งขอดให้กลับมามีน้ำดังเดิม อนาคตของโครงการเหมืองในเอาตาเซสจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะยอมรับฟังและเคารพสิทธิของชาวพื้นเมืองมูรา รวมถึงหยุดยั้งการทำลายโครงข่ายสายน้ำของแอมะซอนได้หรือไม่

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก