ศิลปินล่าชื่อค้าน TransLink ตัดงบบทกวีบนรถเมล์ ทวงคืนพื้นที่วรรณกรรมสาธารณะ
การรณรงค์คัดค้านการยุติโครงการบทกวีบนรถโดยสาร TransLink สะท้อนข้อถกเถียงระหว่างการบริหารต้นทุนกับคุณค่าของพื้นที่สาธารณะในเมืองใหญ่

บนเพดานและขอบหน้าต่างเหนือเบาะนั่งของรถโดยสารประจำทางใน Metro Vancouv ประเทศ Canada มีพื้นที่แถบแคบที่ผู้โดยสารมักเงยหน้ามองขณะรถแล่นฝ่าการจราจร นับตั้งแต่ปี 1996 แถบป้ายเหล่านี้ไม่ได้มีไว้สำหรับโฆษณาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นพื้นที่จัดแสดงบทกวีสั้นของกวีท้องถิ่นที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้อ่านระหว่างการเดินทางประจำวัน ทว่าความคุ้นเคยตลอดสามทศวรรษกำลังมาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อหน่วยงานผู้ดูแลระบบขนส่งมวลชนอย่าง TransLink ตัดสินใจตัดงบประมาณและเตรียมยุติโครงการศิลปะชุมชนนี้
การตัดสินใจดังกล่าวจุดชนวนให้กลุ่มศิลปินและผู้ใช้บริการระบบขนส่งร่วมกันเคลื่อนไหว โดยมีการรวมกลุ่มเป็น Committee และเปิดตัวการรณรงค์ลงชื่อผ่าน Petition ภายใต้ชื่อ Save Poetry เพื่อเรียกร้องให้ผู้บริหารของ TransLink ทบทวนการตัดงบและเปิดพื้นที่บนรถโดยสารต่อไป ในช่วงเวลาที่โครงการนี้กำลังมีอายุครบ 30 ปีในปี 2026 Laura Farina ซึ่งเป็นกวีและผู้จัดการโครงการ Writer’s Studio แห่งมหาวิทยาลัย Simon Fraser University ได้ออกมาร่วมผลักดันการล่ารายชื่อ โดยชี้ให้เห็นว่าระบบขนส่งไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่นำพาร่างกายของผู้คนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ยังมีบทบาทต่อสุขภาวะทางใจของคนเมืองในแต่ละวัน
พื้นที่สาธารณะกับการคิดคำนวณเชิงตัวเลข
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความตึงเครียดเรื้อรังในการบริหารจัดการเมืองยุคใหม่ ฝ่ายบริหารระบบขนส่งมวลชนอย่าง TransLink ต้องรับแรงกดดันเรื่องวินัยทางการเงินและการจัดสรรพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อหารายได้ ในสายตานักคำนวณต้นทุน แถบป้ายเหนือศีรษะคือสินทรัพย์ที่ต้องแปรเป็นเม็ดเงิน แต่สำหรับผู้โดยสารที่ต้องอยู่บนท้องถนนสัปดาห์ละหลายชั่วโมง ข้อความสั้นๆ เหล่านั้นคือพื้นที่พักสายตาไม่กี่แห่งที่เหลืออยู่ในชีวิตประจำวัน
ความย้อนแย้งเกิดขึ้นเมื่อโครงการที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 1996 และกลายเป็นเอกลักษณ์ของระบบขนส่งสาธารณะ ถูกตีค่าผ่านสมุดบัญชีเพียงด้านเดียว การรวมตัวกันภายใต้แคมเปญ Save Poetry และการยื่น Petition จึงไม่ใช่แค่การปกป้องโครงการวรรณกรรมขนาดเล็ก หากแต่เป็นการตั้งคำถามต่อแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ร่วมของเมือง ว่าเหตุใดการจัดสรรงบประมาณจึงพร้อมจะตัดทอนสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนออกไปเป็นลำดับแรก
การร่วมลงชื่อผ่าน Petition เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของหน่วยงานรัฐ จึงเป็นช่องทางสำคัญในการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และกรณีของ TransLink ใน Metro Vancouv สะท้อนความพยายามในการทวงคืนสุนทรียภาพในชีวิตประจำวันของคนธรรมดาอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อการเดินทางถูกลดทอนเหลือแค่การขนส่ง
โจทย์ใหญ่ของ TransLink ในเวลานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณก้อนเล็กๆ สำหรับการจัดพิมพ์บทกวี แต่คือการเลือกระหว่างสองแนวคิด ทางหนึ่งคือการมองระบบขนส่งเป็นเพียงฟันเฟืองพาคนเดินทางที่ต้องรีดผลกำไรจากทุกตารางนิ้ว หรืออีกทางหนึ่งคือการมองขบวนรถเป็นพื้นที่ชุมชนเคลื่อนที่ ซึ่งช่วยเติมเต็มความรื่นรมย์และความเป็นมนุษย์
หากเสียงเรียกร้องของกลุ่มศิลปินและผู้โดยสารไม่อาจเปลี่ยนใจผู้บริหารได้ เมื่อถึงปี 2026 ขอบหน้าต่างรถโดยสารก็คงเหลือเพียงภาพโฆษณาสินค้าสลับกับความว่างเปล่า การหายไปของตัวอักษรไม่กี่บรรทัดอาจไม่กระทบต่อตารางเดินรถ แต่สิ่งที่สูญสิ้นไปอย่างเงียบเชียบคือช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผู้โดยสารจะได้หยุดคิดและเชื่อมโยงกับโลกรอบตัว ซึ่งเป็นคุณค่าที่ระบบบัญชีใดก็ไม่อาจประเมินเป็นตัวเลขได้
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก