Skip to content
รสชาติข่าว

ปากบ่นเศรษฐกิจพัง แต่มือยังกดจ่าย: เจาะตัวเลข OnlyFans แคนาดาโตสวนทางโลก

ยอดใช้จ่ายปี 2026 ทะลุ 170.2 ล้านดอลลาร์ สวนทางเสียงโอดครวญเรื่องค่าครองชีพ ชี้ชัดวิกฤตปากท้องไม่อาจหยุดการซื้อพื้นที่ฮีลใจ

โดย Kenji Arakawaผู้สื่อข่าวสายวัฒนธรรมอ่าน 3 นาที0
แชร์
The Private Ledger of Discretionary Escape
Photo: Daily Hive Vancouver

พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้คนมักสวนทางกับสิ่งที่บ่นออกมาเสมอ ยามค่าครองชีพพุ่งสูง หลายคนอาจเลือกตัดงบกินข้าวนอกบ้าน ชะลอแผนซื้อบ้าน หรือตัดพ้อเรื่องเงินตึงมือในวงสนทนา ทว่าเมื่อกลับเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวหน้าจอดิจิทัล เงินในกระเป๋ากลับถูกเปิดจ่ายให้กับอีกสิ่งหนึ่งอย่างง่ายดาย

ภาพความย้อนแย้งนี้เห็นได้ชัดจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2026 ตามรายงาน OnlyFans Wrapped โดย OnlyFinder แพลตฟอร์มสืบค้นข้อมูลอิสระที่มี OnlyFinder CEO Max Anderson เป็นผู้บริหาร รายงานระบุว่าชาวแคนาดา (Canadians) จ่ายเงินให้กับ OnlyFans ตลอดทั้งปีรวมกันสูงถึง 170.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เงินก้อนมหึมานี้ไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มที่มี Fenix International ในสหราชอาณาจักร (United Kingdom) เป็นเจ้าของ

ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้น่าสนใจแค่เรื่องมูลค่า แต่ยังรวมถึงอัตราการเติบโต ยอดใช้จ่ายของชาวแคนาดาพุ่งขึ้นถึง 16.2% จากปีก่อนหน้า แซงหน้าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่เติบโต 7.6% เกินกว่าเท่าตัว หากมองในมิติเศรษฐกิจ เงิน 170.2 ล้านดอลลาร์นี้มีมูลค่าเทียบเท่าผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือ GDP ของบางประเทศในภูมิภาคโอเชียเนีย (Oceania) ทั้งปี

บ่นว่าไม่มีเงิน แต่พร้อมเปย์คอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ

สำนักข่าว Daily Hive Vancouver ชี้ประเด็นชวนคิดว่า ขณะที่ผู้คนในสังคมพร่ำบ่นไม่หยุดหย่อนถึงพิษเศรษฐกิจและภาระค่าใช้จ่ายที่รัดตัว พวกเขากลับยอมควักเงินจ่ายอย่างไม่ลังเลเมื่อเป็นคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะกลุ่ม

OnlyFans ทุกวันนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแหล่งรวมเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่หรือไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่กลายเป็นพื้นที่รองรับความรู้สึกผูกพัน ความใกล้ชิด และการปลอบประโลมจิตใจ ในวันที่ชีวิตจริงเต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน การยอมจ่ายเงินก้อนย่อยๆ เพื่อแลกกับการตอบสนองทางอารมณ์จึงถูกมองเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เป็นค่าใช้จ่ายทางจิตวิทยาที่ผู้บริโภคไม่ยอมตัดทิ้ง แม้ในตำราเศรษฐศาสตร์จะจัดเป็นงบฟุ่มเฟือยก็ตาม

หลุมหลบภัยดิจิทัลในวันที่ชีวิตจริงตึงเครียด

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความจริงอีกด้านว่า เวลาที่คนบอกว่า "ไม่มีเงิน" มักหมายถึงไม่มีสภาพคล่องสำหรับภาระก้อนใหญ่ในอนาคต เช่น การเก็บออม หรือการลงทุนระยะยาว แต่สำหรับความสุขเฉพาะหน้าที่ช่วยคลายเหงาได้ทันทีเพียงปลายนิ้วสัมผัส คนยังพร้อมเจียดงบไว้ให้อยู่เสมอ

อัตราการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเท่าตัวในแคนาดา จึงอาจไม่ได้บ่งบอกถึงความมั่งคั่งที่ล้นเหลือ หากแต่เป็นสัญญาณของความโดดเดี่ยวและความเครียดเรื้อรัง เมื่อความมั่นคงในโลกความจริงจับต้องได้ยากขึ้น การจ่ายเงินซื้อความสุขชั่วคราวและพื้นที่ที่มีคนรับฟัง จึงกลายเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด

ช่องว่างระหว่างเสียงบ่นเรื่องค่าครองชีพกับเม็ดเงินนับร้อยล้านดอลลาร์ที่สะพัดในโลกออนไลน์ จึงไม่ใช่เรื่องหน้าซื่อใจคด แต่คือภาพสะท้อนชีวิตคนยุคนี้ว่า ยามต้องเผชิญมรสุมรอบด้าน ผู้คนพร้อมตัดรายจ่ายทางสังคมทิ้ง ก่อนจะยอมสละหลุมหลบภัยทางใจของตัวเอง

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก