Skip to content
วัฒนธรรมข่าว

เมื่อวรรณกรรมเผชิญหน้าอัลกอริทึม: คดี AI ในนิยายชิงรางวัลกับรอยร้าวของวงการหนังสือ

ข้อกล่าวหาต่อ Thelyson Orelien สั่นคลอนเส้นแบ่งระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์กับโค้ดคอมพิวเตอร์ในวงการวรรณกรรมร่วมสมัย

โดย Naomi Tsukadaนักเขียนสายวัฒนธรรมและเมืองอ่าน 3 นาที0
แชร์
When Machine Detection Rewrites the Contract of the Novelist
Photo: The Straits Times Life

บนหน้ากระดาษที่เรียงร้อยด้วยถ้อยคำงดงาม คุณค่าของวรรณกรรมเคยขึ้นอยู่กับสายตาผู้อ่านและการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ทว่าในยุคที่เทคโนโลยีแทรกซึมเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์ ร่องรอยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ากลับกลายเป็นหลักฐานชี้ชะตานักเขียนคนหนึ่ง

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. สำนักพิมพ์ Boreal แห่งเมือง MONTREAL ประเทศแคนาดา สั่นสะเทือนแวดวงวรรณกรรมด้วยการตั้งข้อกล่าวหาว่า Thelyson Orelien นักเขียนชาวเฮติ-แคนาดา ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยเขียนนวนิยายเรื่อง It Was Either That Or Die พร้อมประกาศตัดสัมพันธ์การทำงานร่วมกันทันที

ข้อกังขาเบื้องหลังรางวัลและเส้นแบ่งที่พร่าเลือน

นวนิยายเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงผลงานทั่วไป หากแต่เคยทะลุเข้าสู่รายชื่อลุ้นรางวัลวรรณกรรมทรงเกียรติอย่าง Prix Goncourt ของประเทศฝรั่งเศส ทว่าเส้นทางเกียรติยศกลับสะดุดลงฉับพลัน หลังนำผลงานไปตรวจสอบผ่านระบบตรวจจับ AI ซึ่งรายงานค่าความน่าจะเป็นสูงถึง 100% จนกลายเป็นชนวนเหตุให้ถอดหนังสือเล่มนี้ออกจากรายชื่อผู้เข้าชิงในเวลาต่อมา

การตรวจสอบภายนอกพบแท็กปัญญาประดิษฐ์ตกค้างอยู่ในข้อมูลกำกับหรือเมทาดาตาของร่างต้นฉบับบางฉบับ แม้สำนักพิมพ์ Boreal ระบุว่ายังไม่อาจประเมินได้แน่ชัดว่า นักเขียนพึ่งพา AI ตลอดทั้งเล่มมากน้อยเพียงใด ทว่าเพียงรอยประทับดิจิทัลที่ปรากฏ ก็เพียงพอจะสั่นคลอนความไว้วางใจระหว่างนักเขียน สำนักพิมพ์ และผู้อ่านลงในพริบตา

ความเงียบงันของต้นฉบับในวันที่เครื่องจักรเริ่มเขียนแทน

สิ่งที่น่าขบคิดในกรณีนี้ ไม่ใช่เพียงความซื่อสัตย์ทางวรรณกรรมของ Novelist คนหนึ่ง หากแต่คือพฤติกรรมการสร้างสรรค์ที่เริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นเครื่องมือค้นคว้าข้อมูล หากกำลังรุกคืบเข้ามาทำหน้าที่ร้อยเรียงอารมณ์และสำนวนภาษา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกยกย่องให้เป็นอาณาเขตเฉพาะของมนุษย์เท่านั้น

ความย้อนแย้งยิ่งเด่นชัด เมื่อผลงานที่มุ่งถ่ายทอดความลึกซึ้งทางวรรณศิลป์กลับต้องผ่านการชำแหละด้วยอัลกอริทึม กลายเป็นศึกระหว่างเทคโนโลยีที่สรรค์สร้างถ้อยคำกับเทคโนโลยีที่คอยไล่จับผิด ประเด็นนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อสำนักพิมพ์เคยเชื่อมั่นและปกป้องผลงานอย่างเต็มที่ ก่อนที่หลักฐานทางเทคนิคจะบีบให้ต้องตัดขาดความสัมพันธ์

ตัวอักษรที่เคยผ่านการเคี่ยวกรำจากประสบการณ์ชีวิตและความทรงจำ วันนี้อาจเริ่มต้นจากชุดคำสั่งไม่กี่บรรทัดบนหน้าต่างป้อนข้อมูล คำถามสำคัญที่ตกค้างในวงการวรรณกรรมระดับสากลจึงไม่ใช่แค่ว่า นวนิยายเรื่อง It Was Either That Or Die พึ่งพา AI ไปกี่หน้าหรือกี่เปอร์เซ็นต์ หากแต่อยู่ที่ว่า นับจากนี้ผู้อ่านจะยังสัมผัสถึงจิตวิญญาณของผู้เขียนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวอักษรได้อยู่อีกหรือไม่

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก