เบื้องหลังตัวเลข 3% เศรษฐกิจเกาหลีเหนือกับภาพลวงตาใต้ร่มเงาจีน-รัสเซีย
ตัวเลขการเติบโตของเปียงยางไม่ได้มาจากผลผลิตภายในประเทศที่แท้จริง แต่ผูกติดกับแรงพยุงจากภายนอกที่พร้อมสะดุดลงทุกเมื่อ

สิงคโปร์
ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3% ของเกาหลีเหนือ อาจดูเหมือนสัญญาณบวกสำหรับประเทศที่ถูกตัดขาดจากระบบการเงินโลก ทว่าตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนขีดความสามารถในการยืนหยัดด้วยตัวเองอย่างแท้จริง เพราะเบื้องหลังการขยายตัวดังกล่าวคือข้อเท็จจริงที่ว่า รัฐบาลเปียงยางต้องพึ่งพาแรงขับเคลื่อนจากจีนและรัสเซียเป็นสายออกซิเจนหลัก การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่ได้มาจากการปรับโครงสร้างภายในหรือการยกระดับผลผลิตโรงงาน หากแต่เป็นผลพวงโดยตรงจากการหมุนเวียนทรัพยากรข้ามพรมแดนที่สองชาติมหาอำนาจหยิบยื่นให้
เมื่อเจาะลึกโครงสร้างการเติบโต การอ้างเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของรัฐบาลเปียงยางกลับสวนทางกับความเป็นจริง เกาหลีเหนือไม่มีกลไกตลาดเสรีที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้เอง ช่องทางรายได้และห่วงโซ่อุปทานเกือบทั้งหมดยังคงผูกติดกับตลาดจีน ขณะเดียวกันสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นกับรัสเซียเปิดทางให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและพลังงานเพื่อหลบเลี่ยงแรงกดดันจากภายนอก ข้อมูลจาก Nikkei Asia ระบุว่าเกาหลีเหนืออาศัยแรงหนุนจากจีนและรัสเซียจนผลักดันตัวเลขเศรษฐกิจให้โตได้ถึง 3% ในปี 2025 ตัวเลขนี้จึงชี้ให้เห็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนทางการเมือง มากกว่าการฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ
ขีดจำกัดของโมเดลเศรษฐกิจอิงมหาอำนาจ
แม้การเติบโต 3% จะช่วยบรรเทาภาวะชะงักงันในระยะสั้น แต่คำถามสำคัญคือตัวเลขนี้จะยืนระยะได้นานเพียงใด หากเทียบกับเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเชื่อมโยงกับห่วงโซ่การค้าโลก การเติบโตของเกาหลีเหนือกลับเปราะบางกว่ามาก เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางการเมืองของปักกิ่งและมอสโกเพียงอย่างเดียว หากผลประโยชน์ของมหาอำนาจเปลี่ยนไป แรงส่งทางเศรษฐกิจนี้ย่อมสะดุดลงทันที ทั้งนี้ รายงานของ The Guardian ชี้ว่าทางการจีนเองมีความกังวลต่อความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดผิดปกติระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ ความระแวงระหว่างพันธมิตรจึงตอกย้ำว่า เส้นทางเศรษฐกิจที่เกาหลีเหนือหวังพึ่งพานั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด
ขณะเดียวกัน The New York Times รายงานถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของรัสเซีย เกาหลีเหนือ และจีนในภูมิภาค ทว่าในมุมมองเศรษฐศาสตร์ ความร่วมมือเฉพาะกิจย่อมไม่สามารถทดแทนการสร้างผลผลิตในระยะยาว การที่เกาหลีเหนือต้องถ่วงดุลระหว่างผลประโยชน์ของจีนกับรัสเซีย ทำให้พื้นที่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจถูกจำกัดลง การขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงมีเพดานที่ขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาลปักกิ่งเป็นหลัก
รอยร้าวในสมดุลใหม่
สิ่งที่ตัวเลข 3% ซ่อนไว้คือความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เมื่อไม่มีการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและขาดการเชื่อมต่อกับตลาดเงินสากล การหมุนเวียนของเงินทุนจึงจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม การพึ่งพาพลังงานและสินค้าจำเป็นจากจีนและรัสเซียทำให้เปียงยางตกอยู่ในภาวะจำยอม แม้ Nikkei Asia จะสะท้อนภาพการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนจากจีนสู่คาบสมุทรเกาหลี แต่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังตกอยู่กับผู้เล่นรายใหญ่อย่างจีนและรัสเซียมากกว่าตัวเกาหลีเหนือเอง
อัตราการเติบโต 3% จึงไม่ใช่เครื่องยืนยันความสำเร็จของระบบเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ แต่เป็นดัชนีชี้วัดว่าจีนและรัสเซียยอมเปิดช่องและหยิบยื่นความช่วยเหลือให้มากน้อยเพียงใด ปัญหาสำคัญคือ เกาหลีเหนือไม่สามารถเปลี่ยนแรงหนุนทางการเมืองให้กลายเป็นการเติบโตที่มั่นคงได้ด้วยตัวเอง ตราบใดที่ระบบเศรษฐกิจยังถูกตรึงไว้กับดุลอำนาจระหว่างปักกิ่งกับมอสโก ตัวเลขที่เห็นก็เป็นเพียงภาพของการประคับประคอง ไม่ใช่การฟื้นตัวที่แท้จริง
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก