Skip to content
ความยั่งยืนข่าว

จากตึกเก่ายุค 1930 สู่หอศิลป์: หมุดหมายใหม่กลางเมดันปาซาร์กับการฟื้นชีวิตเมือง

การเปิด Muara Arts Gallery ในย่านประวัติศาสตร์กัวลาลัมเปอร์ ไม่ใช่แค่เวทีจัดแสดงศิลปะร่วมสมัย แต่ชวนตั้งคำถามถึงการผสานอดีตเข้ากับวิถีชีวิตคนเมือง

โดย Hiro Nakashimaนักเขียนสายจุดหมายท่องเที่ยวอ่าน 3 นาที0
แชร์
The Shophouse Blueprint for Regional Memory
Photo: The Straits Times Life

สิงคโปร์

ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำกลัง (Klang) และแม่น้ำกอมบัก (Gombak) ใจกลางกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) ลานกว้างเมดันปาซาร์ (Medan Pasar) เคยเป็นศูนย์กลางการค้าที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมัสยิดจาเม็ก (Masjid Jamek) และกลุ่มอาคารสุลต่านอับดุลซามัด (Bangunan Sultan Abdul Samad) ซึ่งบันทึกรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านทางสถาปัตยกรรมยุคตั้งไข่ ทว่าเมื่อเมืองหลวงขยายตัวออกไป ย่านการค้าเก่าแก่นี้กลับค่อยๆ ซบเซาลง จนกระทั่งอาคารพาณิชย์เก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1930 ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ และเปิดต้อนรับผู้คนในฐานะพื้นที่ทางวัฒนธรรมภายใต้ชื่อ Muara Arts Gallery

การเปิดตัวหอศิลป์แห่งนี้ในเดือนพฤศจิกายน (Nov) ถูกวางให้เป็นหมุดหมายของการฟื้นฟูวัฒนธรรมย่านเมดันปาซาร์ นิทรรศการเปิดตัวจัดขึ้นในชื่อ "A-Z of South-East Asian Art: A Critical Dictionary" โดยมีกำหนดจัดแสดงต่อเนื่องไปจนถึงเดือนเมษายน (April) ปี 2027 โครงการนี้ได้แรงบันดาลใจจากผลงานต่อเนื่องของ โฮ ซูเนียน (Ho Tzu Nyen) ศิลปินร่วมสมัยชาวสิงคโปร์ (Singapore) ที่นำผลงานศิลปะมาร้อยเรียงตามลำดับพยัญชนะ เพื่อร่วมกันสำรวจประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์ร่วมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South-East Asian)

ประวัติศาสตร์ริมน้ำกับภาพลวงของการฟื้นฟู

ในแวดวงพัฒนาเมือง มักด่วนสรุปกันว่าการเปิดหอศิลป์ร่วมสมัยคือสัญญาณฟื้นคืนชีพของชุมชนดั้งเดิม แต่มุมมองเชิงวิพากษ์จำเป็นต้องย้อนถามว่า สิ่งที่ชี้วัดความมีชีวิตชีวาของย่านหนึ่งๆ คือการประชาสัมพันธ์หรือวิถีชีวิตจริงของผู้คน การปรับปรุงห้องแถวยุค 1930 ให้กลายเป็นผนังสีขาวสำหรับจัดแสดงงานศิลปะอาจถือเป็นความสำเร็จทางกายภาพ ทว่าการดึงดูดผู้คนให้กลับมามีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะนับเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนกว่ามาก เพราะงานศิลปะเพียงลำพังไม่อาจทดแทนโครงข่ายทางสังคมและบทบาททางเศรษฐกิจในชีวิตประจำวันของชุมชนที่หลุดลอยไป

ในอดีต เมดันปาซาร์ไม่ได้มีไว้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของคนเฉพาะกลุ่ม หากแต่เป็นตลาดการค้าที่ผู้คนใช้ชีวิต แลกเปลี่ยนแรงงาน สินค้า และพบปะพูดคุย ทว่าปัจจุบัน ใจกลางเมืองหลวงของมาเลเซียกำลังเผชิญกับการปรับเปลี่ยนของพฤติกรรมคนเมือง พื้นที่นี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเฉพาะในชั่วโมงทำงาน แต่กลับเงียบเหงาลงทันทีหลังสิ้นแสงตะวัน ความพยายามของหอศิลป์ในการจัดนิทรรศการควบคู่ไปกับกิจกรรมการเรียนรู้ สะท้อนเจตนาที่ต้องการลดช่องว่างระหว่างงานศิลปะกับคนทั่วไป แต่นั่นก็ยังทิ้งคำถามสำคัญไว้ว่า การดึงดูดผู้ชมให้แวะเวียนมาเป็นครั้งคราว จะช่วยหล่อเลี้ยงย่านแห่งนี้ได้อย่างยั่งยืนเพียงใด

พจนานุกรมร่วมสมัยกับการรื้อฟื้นความทรงจำ

หัวใจของนิทรรศการเปิดตัวครั้งนี้อยู่ที่การหยิบยืมกรอบคิดพจนานุกรมเชิงวิพากษ์ (Critical Dictionary) ของ Ho Tzu Nyen มาปรับใช้ การเรียงร้อยเรื่องราวตั้งแต่ A ถึง Z ไม่ใช่เพียงระเบียบวิธีจัดแสดง แต่คือการตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์กระแสหลักที่มักถูกผูกขาดโดยศูนย์กลางอำนาจ นิทรรศการสะท้อนให้เห็นว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้มีความหมายหยุดนิ่ง หากเต็มไปด้วยความหลากหลายและความย้อนแย้งที่เชื่อมโยงถึงกัน การนำบทสนทนานี้มาเปิดในตึกแถวโบราณริมแม่น้ำ จึงทำหน้าที่เชื่อมโยงรากเหง้าท้องถิ่นเข้ากับภาพสะท้อนระดับภูมิภาค

เมื่อมองย้อนกลับไปที่จุดบรรจบของแม่น้ำกลังและแม่น้ำกอมบัก สายน้ำยังคงไหลผ่านแนวกำแพงอิฐเก่าเช่นเดียวกับเมื่อเกือบร้อยปีก่อน การฟื้นตัวของเมดันปาซาร์ผ่าน Muara Arts Gallery จึงไม่ได้วัดผลกันที่ยอดผู้เข้าชมในช่วงแรก หรือเสียงตอบรับในแวดวงนักสะสม หากแต่วัดจากความสามารถในการทำให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เกือบถูกลืม ตึกแถวเก่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์อาคาร ทว่าการคืนชีวิตให้ย่านเก่าอย่างแท้จริง ย่อมต้องการมากกว่าพื้นที่จัดแสดงศิลปะ นั่นคือการทำให้ประวัติศาสตร์ยังคงมีบทสนทนากับชีวิตประจำวันของผู้คนบนท้องถนนอย่างไม่ขาดสาย

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก