จังหวะก้าวริมหาดปวยร์โตบายาร์ตา: เมื่อประเพณีท้องถิ่นสบตาไฮซีซัน
จากหุ่นกาทรินาริมทะเลสู่กอล์ฟพีจีเอทัวร์ บททดสอบพื้นที่สาธารณะในวันที่นักท่องเที่ยวแดนเหนือหวนคืน

ทางเดินเลียบชายฝั่งมาเลกอน (Malecón) และถนนอาเบนิดา เมฮิโก (Avenida México) เพิ่งปรับปรุงผิวทางและภูมิทัศน์ใหม่เสร็จสิ้น แผงตลาดงานฝีมือกลางแจ้งหรือเตียนกีส (tianguis) เริ่มทยอยกางผ้าใบตั้งร้านค้าช่วงปลายเดือนตุลาคม (Oct) พร้อมกับการประกอบโครงร่างหุ่นกาทรินา (Catrina) ขนาดยักษ์เพื่อเตรียมรับเทศกาลริมอ่าว สิ่งที่ขยับปรับเปลี่ยนก่อนใครไม่ใช่สภาพอากาศริมทะเล หากแต่เป็นจังหวะก้าวของช่างฝีมือและพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นที่เร่งจัดแจงพื้นที่เพื่อรับคลื่นนักท่องเที่ยวรอบปี
ปวยร์โตบายาร์ตา (Puerto Vallarta) กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน (high season) อย่างเต็มตัว ข้อมูลจาก MND Local Puerto Vallarta ระบุว่า เมืองชายฝั่งแห่งนี้เตรียมพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทิศเหนือด้วยตารางกิจกรรมแน่นขนัดตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมต่อเนื่องไปจนถึงพฤศจิกายน (Nov) จุดเริ่มต้นฤดูกาลผูกโยงกับเทศกาลวันแห่งผู้ล่วงลับ หรือ Día de Muertos งานรำลึกบรรพบุรุษที่เปี่ยมด้วยสีสันและชีวิตชีวาตามประเพณีเม็กซิกัน ก่อนจะส่งไม้ต่อให้งานประกาศรางวัลทางดนตรี HEAT Latin Music Awards และการแข่งขันกอล์ฟ PGA Tour ของสมาคมกอล์ฟอาชีพ หรือ Professional Golf Association (PGA) ณ สนาม VidantaWorld ซึ่งเป็นหนึ่งในสองทัวร์นาเมนต์ PGA ที่จัดขึ้นในเม็กซิโกแต่ละปี
รอยต่อระหว่างช่างฝีมือกับเวทีนานาชาติ
เสน่ห์ของปวยร์โตบายาร์ตาไม่ได้อยู่เพียงกิจกรรมที่หลากตา ทว่าอยู่ที่การวางกิจกรรมต่างขั้วไว้บนพื้นที่เดียวกัน ในฟากหนึ่ง ตลาดเตียนกีสที่จัดขึ้นสัปดาห์ละครั้งยังทำหน้าที่ตลาดงานฝีมือกลางแจ้ง ช่างฝีมือท้องถิ่นได้พบปะกับผู้ซื้อโดยตรงผ่านการเจรจาต่อรองและสัมผัสเนื้องาน ทว่าในอีกฟากหนึ่งซึ่งห่างออกไปไม่ไกล บรรยากาศเตรียมงาน HEAT Latin Music Awards และการดวลวงสวิง PGA Tour ที่ VidantaWorld กลับดึงดูดผู้คนอีกกลุ่มที่มีรสนิยมและการใช้จ่ายตามมาตรฐานสากล
เมืองชายฝั่งแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีสองด้าน ด้านหนึ่งชูเอกลักษณ์ดั้งเดิมของเม็กซิโกผ่านหุ่นโครงกระดูกกาทรินาร่างยักษ์และพิธีกรรมรื่นเริงของ Día de Muertos เพื่อมอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมแก่ผู้มาเยือน แต่อีกด้านหนึ่ง เมืองกลับต้องเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสถานบันเทิงเพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวฤดูหนาวที่มองหาความสะดวกสบายระดับสูง บรรดาสถานบันเทิงต่างทยอยเปิดตารางการแสดงรับลมหนาว สะท้อนชัดว่าวงจรเศรษฐกิจของเมืองแห่งนี้หมุนตามปฏิทินของคนภายนอกมากกว่าความต้องการภายในชุมชน
พื้นที่สาธารณะเพื่อใคร
การปรับปรุงถนนอาเบนิดา เมฮิโก เลียบทางเดินมาเลกอน สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงพื้นที่อย่างเด่นชัด ถนนและทางเท้าที่ปรับแต่งใหม่ไม่ได้ทำขึ้นเพียงเพื่อความสวยงามในสายตาชาวบ้าน หากเพื่อรองรับคลื่นฝูงชนที่จะหลั่งไหลเข้ามาช่วงไฮซีซัน คำถามที่ชวนคิดคือ ใครกันแน่ที่ต้องปรับตัวก่อน ระหว่างพ่อค้าแม่ค้าตลาดเตียนกีสที่ต้องเปลี่ยนสินค้าให้ตรงรสนิยมชาวต่างชาติ หรือผู้มาเยือนจากแดนเหนือที่ค่อยๆ กำหนดภูมิทัศน์ชายทะเลตามใจตนเอง
ยามแดดบ่ายคล้อยเหนือทางเดินมาเลกอน เงาของหุ่นกาทรินาทอดยาวข้ามถนนอาเบนิดา เมฮิโก ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ เสียงพูดคุยในตลาดเตียนกีสดังเคล้าเสียงคลื่น ขณะสถานบันเทิงรายรอบเริ่มเปิดไฟรับราตรี ไฮซีซันปลุกให้เมืองตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทว่าคำถามที่ยังค้างคาใจริมฝั่งแปซิฟิกคือ ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวระดับโลก ประเพณีดั้งเดิมและพื้นที่สาธารณะจะยังคงเป็นของทุกคนได้จริงหรือไม่ ในวันที่เมืองต้องคอยเปลี่ยนโฉมทุกครั้งที่ฤดูหนาวเวียนมาถึง
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก