หมื่นรอบฉายที่ไร้คนดู: เมื่อภาพยนตร์ AI เรื่องแรกของจีนชนเพดานศรัทธาผู้ชม
ความเงียบเหงาของ Sanxingdui: Future Past สะท้อนช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานของสตูดิโอกับความเต็มใจควักเงินของคอหนัง

สิงคโปร์
ช่วงเดือนตุลาคม บนหน้าจอแพลตฟอร์ม Maoyan ตารางฉายของภาพยนตร์ Sanxingdui: Future Past มีรอบฉายอัดแน่นกว่า 10,000 รอบ ทว่าเมื่อแตะเข้าไปดูผังที่นั่งตามโรงภาพยนตร์ แถวเก้าอี้ว่างเปล่ากลับทอดยาวแทบไม่มีคนจอง ยอดขายตั๋วล่วงหน้า (Pre-sale) ซบเซาจนประเมินรายได้รวมไว้ต่ำกว่า 150,000 หยวน สวนทางกับความคาดหวังของค่ายหนังอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่นี่คือภาพยนตร์ขนาดยาวที่สร้างด้วย AI (AI-generated) ทั้งเรื่องเป็นเรื่องแรกของจีน
เบื้องหลังผลงานนี้ไม่ใช่โปรเจกต์ทดลอง ค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Bona Film Group ทุ่มเม็ดเงินลงทุนไปมากกว่า 10 ล้านหยวน และระดมทีมงานเกือบ 100 คน ทำงานยาวนานกว่าสองปีเพื่อปลุกปั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ ทว่าเมื่อลงสนามจริง ยอดขายตั๋วที่ซบเซากลับสะท้อนความจริงอันเย็นชา กลายเป็นการเปิดตัวที่เจ็บปวดสำหรับผู้สร้าง
โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ภาพบนจองดงามเพียงใด แต่อยู่ที่การตัดสินใจของผู้บริโภค ผู้ชมต่างตั้งคำถามตรงกันว่าทำไมต้องควักเงินซื้อตั๋วเข้าโรงดูภาพยนตร์จากปัญญาประดิษฐ์ ในเมื่อวิดีโอจากเทคโนโลยีลักษณะนี้มีให้ชมฟรีทั่วไปบนโซเชียลมีเดีย ความตื่นตาบนหน้าจอมือถือจึงไม่อาจเปลี่ยนเป็นแรงจูงใจให้คนยอมจ่ายเงินเข้าโรงภาพยนตร์
เดิมพันเทคโนโลยีกับกำแพงความรู้สึก
กระแสตอบรับที่เงียบเหงาของ Sanxingdui: Future Past ยิ่งชัดเจนเมื่อเทียบกับภาพยนตร์กระแสหลักในตลาดจีน ความกระหายของผู้ชมไม่ได้เหือดหาย หากภาพยนตร์เรื่องนั้นเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างแท้จริง ดังเช่นความสำเร็จของภาพยนตร์แอนิเมชัน Ne Zha ของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ทำเงินทั่วประเทศทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังกวาดรายได้ในฮ่องกงไปถึง 5.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขมหาศาลนี้ชี้ให้เห็นว่าคนดูพร้อมจ่ายเพื่อสัมผัสจิตวิญญาณของงานสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงการสาธิตความล้ำหน้าของโปรแกรมคอมพิวเตอร์
เมื่อความแปลกใหม่ทางเทคโนโลยีเริ่มกลายเป็นของธรรมดาในชีวิตประจำวัน การชูจุดขายว่าภาพยนตร์สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์จึงกลายเป็นดาบสองคม ในสายตาของผู้ผลิต นี่คือนวัตกรรมและการบุกเบิก แต่สำหรับคนดู มันให้ความรู้สึกเหมือนการนำผลงานทดลองมาเก็บค่าเข้าชม โดยขาดเสน่ห์ของงานศิลปะที่เชื่อมโยงอารมณ์ร่วมของมนุษย์
คำถามที่อัลกอริทึมยังตอบไม่ได้
CEO Jiang Defu แห่ง Bona Film Group ต้องรับมือกับโจทย์หินในการบุกเบิกตลาด เพราะเส้นแบ่งระหว่างคุณค่าทางศิลปะกับการประมวลผลของชุดคำสั่งยังคงเป็นกำแพงใหญ่ ผู้ชมอาจยอมรับ AI ในฐานะเครื่องมือช่วยทุ่นแรงเบื้องหลัง แต่การยกพื้นที่เล่าเรื่องทั้งจอให้อัลกอริทึม ยังเป็นสิ่งที่คอหนังปฏิเสธที่จะเปิดใจรับ
แถวที่นั่งว่างเปล่าในระบบจองตั๋วจึงไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ทางตัวเลข แต่คือสัญญาณเตือนจากฝั่งผู้ชม ปัญญาประดิษฐ์อาจสังเคราะห์ภาพและคุมต้นทุนได้ดี ทว่าตราบใดที่เครื่องจักรยังไม่อาจสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่จับใจมนุษย์ได้ ตั๋วภาพยนตร์ก็ยังคงเป็นสิ่งที่อัลกอริทึมขายเองไม่ได้
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก