สหรัฐฯ เปิดฉากถล่มเป้าหมายอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ เขย่าสมดุลพลังงานและตลาดเอเชีย
ปฏิบัติการทางทหารล่าสุดของวอชิงตันตัดตรงเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ขนส่งน้ำมันโลก ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่โตเกียวและโซลจับตาใกล้ชิด

สิงคโปร์
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ การใช้กำลังทางทหารครั้งนี้สะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เน้นการป้องปรามด้วยการวางกำลังทางเรือ มาสู่การเปิดฉากปะทะโดยตรงในจุดยุทธศาสตร์ทางน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
รายงานจากสื่อต่างประเทศ ทั้ง The Washington Post, Taipei Times และ The Korea Herald ระบุตรงกันว่า วอชิงตันพุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายของฝ่ายอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักของการลำเลียงพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เหตุการณ์นี้นอกจากจะเป็นความขัดแย้งทวิภาคี ยังกลายเป็นจุดเปราะบางที่ส่งแรงกระเพื่อมข้ามทวีปมาถึงเอเชียแทบจะในทันที
รอยร้าวในเส้นทางเดินเรือและยุทธวิธีตอบโต้
ความเคลื่อนไหวทางทหารระลอกนี้เกิดขึ้นหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดต่อเนื่อง โดย The Guardian รายงานว่าฝ่ายอิหร่านเคยอ้างการโจมตีเรือในน่านน้ำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซหลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่สำนักข่าว Reuters รายงานการประเมินของเจ้าหน้าที่ว่า อิหร่านปรับยุทธวิธีมามุ่งเป้าเรือสินค้ามากขึ้น
เมื่อความขัดแย้งลามสู่เส้นทางเดินเรือพาณิชย์ ประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดิบจึงตกอยู่ในภาวะลำบาก ช่องแคบแห่งนี้เปรียบเสมือนคอขวดที่รองรับการขนส่งน้ำมันสัดส่วนมหาศาลของโลก เมื่อเกิดการโจมตีขึ้นในน่านน้ำดังกล่าว ทั้งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและค่าระวางเรือจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
แรงสะเทือนข้ามภูมิภาคสู่โตเกียวและโซล
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในตะวันออกกลาง แต่ส่งแรงเหวี่ยงสู่เศรษฐกิจเอเชียอย่างชัดเจน ตลาดพลังงานในเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ พึ่งพาน้ำมันดิบผ่านเส้นทางนี้เป็นหลัก หากการเดินเรือในฮอร์มุซสะดุดลงหรือถูกปิดกั้น เสถียรภาพด้านต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อในสองประเทศนี้ย่อมได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก
ในมิติเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงยังซ้ำเติมความพยายามประคองตลาดการเงินที่มีอยู่เดิม สำนักข่าว Reuters เคยรายงานข่าวเชิงเอกสิทธิ์ว่า ญี่ปุ่นเตรียมประกาศการดำเนินการร่วมกันระหว่างโตเกียวและวอชิงตันเกี่ยวกับค่าเงินเยน แต่เมื่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางปะทุขึ้นมาใหม่ ความร่วมมือและกลไกดูแลตลาดเงินที่ทั้งสองฝ่ายพยายามผลักดัน อาจต้องรับมือกับความผันผวนระลอกใหม่จากทั้งราคาน้ำมันและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้ที่แบกรับต้นทุนพลังงานนำเข้ามหาศาล ย่อมเผชิญแรงกดดันด้านดุลการค้าทันทีที่ราคาพลังงานในตลาดโลกขยับรับความเสี่ยง ทางเลือกเชิงนโยบายของผู้นำในเอเชียจึงยิ่งถูกบีบให้แคบลง
แม้ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจบรรลุเป้าหมายทางยุทธวิธีในการสกัดอิหร่าน แต่ความตึงเครียดยังคงปกคลุมตลอดแนวช่องแคบฮอร์มุซ ตราบใดที่ยังไร้หลักประกันความปลอดภัยแก่เรือสินค้า และยังมองไม่เห็นหนทางคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พันธมิตรในเอเชียคงต้องเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนที่ยังไม่จางหายไปจากน่านน้ำแห่งนี้ต่อไป
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก