เทศบาลเมืองหัวหินเดินหน้ารื้อ 15 อาคารรุกหาด กสม. ยันไม่ก้าวล่วงคำสั่งศาล
ผลหารือยัน กสม. ไม่ขวางคำสั่งศาล เปิดทางเจ้าหน้าที่เดินหน้าตัดน้ำตัดไฟและเข้ารื้อถอนตามแผน

สิงคโปร์
คำสั่งศาลที่มีผลบังคับใช้ย่อมอยู่เหนือกรรมวิธีไกล่เกลี่ยข้อร้องเรียน เมื่อเทศบาลเมืองหัวหินยืนยันเดินหน้าแผนรื้อถอนอาคารริมชายหาด 15 หลัง หลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ NHRC เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าคณะกรรมการฯ จะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือระงับคำสั่งศาลเดิมที่มีผลบังคับใช้แล้ว
ผลการหารือดังกล่าวส่งผลให้อำนาจจัดการพื้นที่กลับมาอยู่ในมือฝ่ายปกครองท้องถิ่นอย่างเต็มที่ แผนรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวชายหาดหัวหินจึงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่เตรียมตัดระบบส่งจ่ายน้ำประปาและกระแสไฟฟ้าของอาคารเป้าหมายทั้งหมด พร้อมนำแท่งแบริเออร์คอนกรีตเข้าปิดกั้นพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดกลับเข้าไปครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซ้ำอีก
ดุลอำนาจระหว่างสิทธิมนุษยชนกับการบังคับใช้กฎหมาย
ในมุมมองเชิงโครงสร้าง ท่าทีของ ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สะท้อนขอบเขตของกลไกสิทธิมนุษยชนเมื่อต้องเผชิญกับคำพิพากษา โดยชี้ว่าเทศบาลเมืองหัวหินสามารถบังคับใช้คำสั่งรื้อถอนต่อไปได้ตามอำนาจหน้าที่ ระหว่างที่คณะกรรมการฯ ดำเนินการตรวจสอบว่าขั้นตอนปฏิบัตินั้นคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้านหรือไม่
การแยกส่วนระหว่างอำนาจบังคับคดีของศาลกับการตรวจสอบกระบวนการเยียวยาขององค์กรอิสระ ชี้ชัดว่าข้อร้องเรียนด้านสิทธิไม่สามารถนำมาใช้ยื้อการบังคับใช้กฎหมายที่ดินสาธารณะได้อีกต่อไป สำหรับพื้นที่แนวชายหาดหัวหินต่อเนื่องไปจนถึงบริเวณสะพานปลาหัวหินและศาลเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันของหลายหน่วยงาน รวมถึงกรมเจ้าท่าและฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัญหารุกล้ำพื้นที่ริมน้ำสะสมมาเนิ่นนานจนกลายเป็นปมขัดแย้งเชิงพื้นที่ที่ซับซ้อน
ท่าทีของฝ่ายบริหารท้องถิ่น นำโดย นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นพพร วุฒิกุล และ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พันธ์พัต สิทธิศักดิ์ มุ่งเน้นการทวงคืนหาดสาธารณะให้ถูกต้องตามแนวเขตทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี ฝ่ายผู้ได้รับผลกระทบยังคงหยิบยกเรื่องสิทธิชุมชน ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน และการขาดแคลนมาตรการรองรับที่อยู่อาศัยหรือการประกอบอาชีพขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้งหลัก
เงื่อนไขตกค้างหลังการรื้อถอน
แม้ในทางนิตินัย เทศบาลเมืองหัวหินจะมีความชอบธรรมเต็มที่ในการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้ง 15 หลัง แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ยังไม่คลี่คลายคือภาระผูกพันหลังจากอาคารถูกทำลายลง การตัดน้ำตัดไฟและการวางแนวกั้นคอนกรีตอาจยุติการครอบครองทางกายภาพได้ทันที ทว่าคำถามสำคัญคือหน่วยงานรัฐมีแผนฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมแล้วหรือไม่
บรรทัดฐานที่หัวหินกำลังส่งสัญญาณชัดเจนไปยังพื้นที่ชายฝั่งอื่นๆ เมื่อองค์กรสิทธิมนุษยชนยอมรับว่าไม่อาจขัดขวางคำสั่งศาล การต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิอยู่อาศัยจึงไม่อาจพึ่งพาเพียงการร้องเรียนเพื่อซื้อเวลา จุดชี้ขาดหลังจากนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าอาคารจะถูกรื้อถอนหรือไม่ แต่อยู่ที่ฝ่ายบริหารจะรับมือผลกระทบทางสังคมที่ตามมาได้ราบรื่นเพียงใด
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก