ชิจิโกะซันในวันที่สังคมไร้เด็ก: เมื่อประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่นต้องปรับตัว
การเปิดรับสัตว์เลี้ยงสะท้อนแรงกดดันด้านประชากรศาสตร์ที่ศาลเจ้าทั่วญี่ปุ่นต้องเผชิญ

สิงคโปร์
ทุกเดือนพฤศจิกายน (November) ครอบครัวชาวญี่ปุ่นจะพาเด็กเล็กแต่งกายประณีตไปรวมตัวกันตามศาลเจ้าและวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมประเพณีชิจิโกะซัน (Shichi-Go-San หรือ Japan’s Shichi-Go-San) อันเก่าแก่ ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า "เจ็ด-ห้า-สาม" (Seven-Five-Three) ตามธรรมเนียมดั้งเดิม (Traditionally) พิธีนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณต่อการเติบโตของเด็กวัยสามขวบ (Three-year-olds) ห้าขวบ (Five-year-old) และเจ็ดขวบ (Seven-year-old) พร้อมทั้งสวดอธิษฐานขอให้เด็กมีพัฒนาการที่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง ทว่าในปัจจุบัน (Today) งานฉลองที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังชีวิตของคนรุ่นใหม่กลับกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์อย่างสิ้นเชิง
ท่ามกลางอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง รูปลักษณ์ของงานเฉลิมฉลองการเติบโตของเด็ก (Celebration of Growing Children หรือ Celebration of Growing Children Shichi-Go-San) เริ่มแปรเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รายงานจาก The New York Times และ Taipei Times ชี้ให้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมญี่ปุ่น เมื่อศาลเจ้าหลายแห่งเริ่มเปิดรับสัตว์เลี้ยงเข้าร่วมพิธีอำนวยพร โดยมีสุนัขสวมชุดกิโมโนเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาซึ่งเดิมทีสงวนไว้สำหรับเด็กเท่านั้น การปรับเปลี่ยนธรรมเนียมเช่นนี้ไม่ใช่เพียงกระแสนิยมชั่วคราว แต่สะท้อนการปรับตัวของสถาบันศาสนาและวัฒนธรรมเพื่อรักษาความผูกพันกับชุมชน ในวันที่จำนวนเด็กในหลายพื้นที่ลดน้อยถอยลงจนแทบไม่เหลือผู้เข้าร่วมพิธีตามแบบแผนเดิม
จากพิธีเฉลิมฉลองวัยเยาว์สู่พื้นที่ของสัตว์เลี้ยง
ความเปลี่ยนแปลงนี้ดำเนินไปพร้อมกับพฤติกรรมของครอบครัวยุคใหม่ The Japan Times รายงานว่า หลายครอบครัวเลือกพาลูกหลานไปถ่ายภาพที่ระลึกเพียงอย่างเดียว โดยไม่เข้าร่วมพิธีกรรมที่ศาลเจ้าอย่างเป็นทางการ รูปแบบการเฉลิมฉลองจึงเหลือเพียงมิติทางสังคมและการบันทึกความทรงจำ ขณะที่บทบาทดั้งเดิมของศาลเจ้าในฐานะศูนย์กลางชุมชนค่อยๆ ลดลงอย่างไม่อาจเลี่ยง
อย่างไรก็ตาม (However) เมื่อเด็กในสังคมมีจำนวนลดลง สัตว์เลี้ยงที่ชาวญี่ปุ่นดูแลประหนึ่งสมาชิกในครอบครัวกลับเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ การนำสัตว์เลี้ยงมารับพรในเทศกาลชิจิโกะซันจึงกลายเป็นทางออกที่ช่วยให้ศาลเจ้ายังคงดำเนินบทบาทประกอบพิธีกรรมต่อไปได้ ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ความเคลื่อนไหวนี้กลับตอกย้ำความเปราะบางของโครงสร้างสังคมที่กำลังหยั่งรากลึก
ความจำเป็นของศาลเจ้ากับโจทย์โครงสร้างประชากร
ก่อนหน้านี้ BBC เคยวิเคราะห์วิกฤตโครงสร้างประชากรของญี่ปุ่น ชี้ถึงความท้าทายระยะยาวจากอัตราการเกิดต่ำและการก้าวสู่สังคมสูงวัย ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจหรือตลาดแรงงาน แต่ยังสะเทือนถึงระบบความเชื่อและพิธีกรรมที่ผูกพันกับวัฏจักรชีวิตมนุษย์อย่างแยกไม่ออก
การที่สถาบันทางวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนเด็ก สะท้อนว่าวิกฤตประชากรส่งผลกระทบลงลึกถึงวิถีชีวิตประจำวันเพียงใด แม้ศาลเจ้าจะประคับประคองความอยู่รอดด้วยการเปิดรับสัตว์เลี้ยงและจัดพิธีอย่างยืดหยุ่นขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจตนารมณ์ดั้งเดิมของพิธีกรรมในฐานะหมุดหมายเฉลิมฉลองการเติบโตของเยาวชนรุ่นใหม่กำลังเลือนรางลง
ความตึงเครียดในสังคมญี่ปุ่นเวลานี้ จึงไม่ใช่ข้อถกเถียงเรื่องการรักษาความบริสุทธิ์ของประเพณีโบราณหรือการเปิดรับความร่วมสมัย หากแต่เป็นคำถามเชิงโครงสร้างว่า สถาบันทางวัฒนธรรมจะสืบทอดพิธีกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชีวิตมนุษย์ต่อไปอย่างไร ในวันที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องโดยไร้สัญญาณฟื้นตัว
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก