สหรัฐฯ สั่งตัดงบวิจัยมหาวิทยาลัยจีน ปักกิ่งจี้หยุดเลือกปฏิบัติ
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ คุมเข้มงบวิจัยมหาวิทยาลัยจีนหลายสิบแห่ง ด้านปักกิ่งเตือนกระทบความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์สองมหาอำนาจ

สิงคโปร์
คำสั่งคุมเข้มล่าสุดของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ต่อมุ่งเป้ามหาวิทยาลัยจีนหลายสิบแห่ง กำลังสั่นคลอนความร่วมมือทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจ กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ในเดือนตุลาคม เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยุติมาตรการเลือกปฏิบัติต่อสถาบันวิจัยของจีน พร้อมย้ำว่าการร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ คือผลประโยชน์ร่วมกัน ทว่าท่าทีจากปักกิ่งไม่อาจเปลี่ยนทิศทางของวอชิงตัน ที่ยกระดับห้องทดลองในรั้วมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นสมรภูมิความมั่นคง
กรอบความมั่นคง 1286 สกัดเครือข่ายวิจัย
ในอดีต งานวิจัยร่วมระหว่างสองประเทศเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมที่ยังเดินหน้าต่อได้แม้นโยบายการทูตจะตึงเครียด มหาวิทยาลัยชั้นนำต่างร่วมพัฒนาทั้งวิทยาศาสตร์พื้นฐานและเทคโนโลยีขั้นสูง ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บังคับใช้เกณฑ์คุมเข้ม โดยเฉพาะมาตรการภายใต้กรอบ 1286 ที่มุ่งสกัดไม่ให้ทุนวิจัยของสหรัฐฯ ไหลไปสู่สถาบันการศึกษาต่างชาติที่เชื่อมโยงกับกองทัพ การจำกัดงบประมาณครั้งนี้จึงมีเป้าหมายตัดตอนเทคโนโลยีที่อาจถูกนำไปประยุกต์ใช้ในภารกิจทางทหารตั้งแต่ต้นน้ำ
ทิศทางดังกล่าวสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และการขับเคลื่อนของพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ต้องการปกป้ององค์ความรู้และนวัตกรรมอเมริกันไม่ให้คู่แข่งเข้าถึงได้ การตั้งเป้าคุมเข้มมหาวิทยาลัยหลายสิบแห่งสะท้อนว่า สหรัฐฯ ไม่ได้จับตาเพียงเทคโนโลยีพร้อมใช้ แต่ต้องการปิดกั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการวิจัย
ผลกระทบข้ามพรมแดนสู่อนาคตวิทยาการ
ผลกระทบจากมาตรการนี้ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว แม้แต่ในศูนย์กลางการศึกษาและวิชาการระดับภูมิภาคอย่างฮ่องกง สถาบันวิจัยที่พึ่งพาเครือข่ายความร่วมมือข้ามชาติเริ่มสัมผัสได้ถึงแรงบีบคั้น การที่จีนออกมาตอบโต้ว่าสหรัฐฯ ดำเนินนโยบายเลือกปฏิบัติ ชี้ให้เห็นถึงความพยายามปกป้องช่องทางแลกเปลี่ยนระดับสากล ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในจีนจำเป็นต้องเร่งพึ่งพางบประมาณและระบบวิจัยภายในประเทศเข้มข้นขึ้น นับตั้งแต่แรงกดดันเริ่มก่อตัวต่อเนื่องในปี ค.ศ. 2025
สถานการณ์นี้นำไปสู่คำถามสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์โลกว่า การตัดตอนสายสัมพันธ์ทางปัญญาจะส่งผลเสียต่อการพัฒนานวัตกรรมของสหรัฐฯ เองหรือไม่ ขณะที่จีนต้องรับมือกับความท้าทายในการยกระดับงานวิจัยขั้นสูงโดยไม่มีเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำจากชาติตะวันตกคอยหนุนหลัง กลายเป็นรอยแยกทางวิทยาการที่ยากจะประสานให้กลับมาเหมือนเดิม
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก