Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกข่าว

ชัยชนะคดี Meta สองหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ ส่อดันค่าจ้างทนายเอกชนนิวเม็กซิโกพุ่งแตะ 1,270 ล้าน

สัญญาจ้างชี้สำนักงานกฎหมายภายนอกรับส่วนแบ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หากศาลยืนคำตัดสินชดใช้ค่าเสียหาย

โดย Mei-Ling Chowผู้สื่อข่าวต่างประเทศอ่าน 3 นาที0
แชร์
Private Legal Capital Alters Sovereign Enforcement Against Big Tech

คดีประวัติศาสตร์ที่รัฐนิวเม็กซิโกชนะคดี Meta Platforms เป็นเงินสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่เพียงสะท้อนการเอาผิดบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี หากยังเปิดเผยผลประโยชน์ก้อนโตเบื้องหลังกระบวนการยุติธรรม เมื่อค่าเสียหายมหาศาลนี้อาจกลายเป็นรายได้ของทนายความเอกชนภายนอกในสัดส่วนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

สัญญาว่าจ้างประจำปี 2025 ระหว่างรัฐนิวเม็กซิโกกับ DiCello Levitt สำนักงานกฎหมายจากชิคาโก ระบุว่า ทีมทนายเอกชนที่รับว่าความแทนรัฐมีสิทธิ์รับค่าตอบแทนสูงถึง 1,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากคำตัดสินสั่งปรับ Meta มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐมีผลบังคับใช้จนถึงที่สุดตามกระบวนการศาล

โครงสร้างค่าตอบแทนแบบขั้นบันได

ข้อตกลงนี้ใช้ระบบคิดค่าจ้างตามผลงานแบบขั้นบันได โดยแบ่งสัดส่วนตามยอดเงินที่เรียกเก็บได้จริง เริ่มตั้งแต่ร้อยละ 5, 10, 15 ไปจนถึง 20 ตามช่วงวงเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคำนวณจากยอดชนะคดีเต็มจำนวน 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งสะสมของสำนักงานกฎหมายจึงแตะเพดานสูงสุดที่ 1,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การดึงสำนักงานกฎหมายเอกชนอย่าง DiCello Levitt เข้ามาช่วยทำคดี สะท้อนการปรับแนวทางสู้คดีของภาครัฐอย่างชัดเจน ในอดีตหน่วยงานอัยการมักมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ทำให้เสียเปรียบเมื่อต้องต่อกรกับทรัพยากรมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ การว่าจ้างทีมทนายภายนอกจึงช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินคดีกับ Meta ได้อย่างเต็มที่

ข้อถกเถียงและเดิมพันในชั้นศาล

อย่างไรก็ดี เม็ดเงิน 1,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐยังเป็นเพียงตัวเลขประเมิน การต่อสู้ทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุดลง เนื่องจาก Meta มีแนวโน้มยื่นอุทธรณ์เพื่อคว่ำหรือลดยอดค่าเสียหาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากศาลปรับลดวงเงินลง ค่าตอบแทนที่ทนายเอกชนจะได้รับจริงย่อมลดลงตามสัดส่วน

ประเด็นที่น่าจับตาจึงไม่ใช่แค่ว่ารัฐจะรักษาวงเงินชนะคดีไว้ได้หรือไม่ แต่ยังอยู่ที่ว่าระบบว่าความแบบแบ่งผลประโยชน์มูลค่าพันล้านดอลลาร์เช่นนี้ จะกลายเป็นแนวทางใหม่ในการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยี หรือจะจุดชนวนคำถามเรื่องความเหมาะสมในการจัดสรรผลประโยชน์สาธารณะในระยะยาว

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก