Skip to content
ดีไซน์ข่าว

จากจังหวะปะทะสู่คดีวินัย ปมฉาวจับเป้าสะเทือนรักบี้ไอร์แลนด์

ข้อกล่าวหาต่อ Tadhg Furlong ผลักภาระพิสูจน์สู่ระบบตรวจย้อนหลัง เมื่อภาพช้าในสนามไม่อาจชี้ขาดความผิดได้ทันที

โดย Mei-Ling Chowผู้สื่อข่าวต่างประเทศอ่าน 3 นาที0
แชร์
Citing of Tadhg Furlong Tests the Authority of Video Review

สิงคโปร์

วงการรักบี้ยูเนียน (Rugby Union) เผชิญบททดสอบความโปร่งใสอีกระลอก เมื่อ Tadhg Furlong กองหน้าตัวเก๋าดีกรีทีมชาติไอร์แลนด์ของสโมสร Leinster Rugby ถูกส่งเรื่องไต่สวนวินัยอย่างเป็นทางการ หลังถูกกล่าวหาว่าจงใจจับอวัยวะเพศของ Gavin Coombes ผู้เล่นฝั่ง Munster Rugby ระหว่างเกม United Rugby Championship (URC)

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมนัดวันเสาร์ (Saturday) ที่ผ่านมา โดย Coombes โวยต่อผู้ตัดสินในสนามทันทีว่าถูกคู่แข่งบีบลูกอัณฑะ ทว่าเมื่อ Andrew Brace ผู้ตัดสินในเกมสั่งเช็กภาพช้าจากสัญญาณถ่ายทอดสด กลับไม่พบหลักฐานชัดเจนพอจะชี้ขาดความผิดตรงนั้น กรรมการจึงปล่อยให้เกมดำเนินต่อไปโดยไม่มีการลงโทษทันที

มุมอับของกล้องถ่ายทอดกับอำนาจสอบย้อนหลัง

แม้ภาพช้าข้างสนามจะยังเอาผิดไม่ได้ แต่กระบวนการตรวจสอบไม่ได้จบลงแค่นั้น เมื่อ Brace ระบุข้อร้องเรียนนี้ลงในรายงานหลังจบเกมอย่างเป็นทางการ เรื่องจึงส่งต่อไปถึง Peter Ferguson กรรมาธิการฝ่ายวินัย (Citing Commissioner) เข้ามาตรวจพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด

กรณีนี้สะท้อนขีดจำกัดของระบบภาพช้ากลางสนามอย่างชัดเจน ด้วยธรรมชาติของรักบี้ที่ผู้เล่นเข้าปะทะและกอดรัดกันชุลมุน กล้องถ่ายทอดสดย่อมมีมุมอับจนจับการสัมผัสจุดซ่อนเร้นได้ยาก การที่ระบบต้องอาศัยบันทึกย้อนหลังของผู้ตัดสินเปิดทางให้ฝ่ายวินัยเข้ามาสอบสวนใหม่ ชี้ให้เห็นว่าความยุติธรรมในสนามยังผูกติดอยู่กับขั้นตอนเอกสาร มากกว่าภาพเหตุการณ์สดที่ประจักษ์ต่อสายตา

เดิมพันความเชื่อมั่นและบททดสอบของระบบ

สำหรับ Leinster Rugby และทีมชาติไอร์แลนด์ (Ireland) ข่าวนี้สะเทือนขวัญและกระทบความพร้อมของทีมไม่น้อย เพราะ Furlong ถือเป็นเสาหลักในแนวหน้ามาตลอด และเพิ่งผ่านศึกใหญ่ Six Nations Championship ที่สนาม Aviva Stadium ในกรุงดับลิน (Dublin) นัดดวลกับเวลส์ (Wales) หากผลสอบของ Ferguson ชี้ชัดว่ามีความผิดจริง โทษแบนจากการละเมิดวินัยร้ายแรงย่อมกระทบต่อแผนงานของต้นสังกัดอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทว่าประเด็นสำคัญไม่ได้หยุดอยู่แค่พฤติกรรมส่วนบุคคล แต่คือมาตรฐานการตัดสินยามหลักฐานภาพเคลื่อนไหวไม่ชัดแจ้ง หากลงโทษโดยไร้ภาพหลักฐานมัดตัว ก็เสี่ยงสร้างบรรทัดฐานที่เปิดช่องให้เกิดข้อกังขา แต่หากปัดตกข้อร้องเรียนที่มีมูล ความปลอดภัยและจริยธรรมในสนามย่อมถูกตั้งคำถามทันที ภาระหนักจึงตกอยู่กับคณะกรรมการไต่สวนย้อนหลัง ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องสวัสดิภาพของนักกีฬา กับการยึดมั่นในหลักฐานที่พิสูจน์ได้จริง

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก