จีนสั่งเบรก SoftBank ซื้อธุรกิจหุ่นยนต์ ABB ดีล 5.4 พันล้านดอลลาร์สะดุด
คำสั่งระงับดีลมูลค่า 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐของทางการจีน สะเทือนแผนขยายเทคโนโลยีหุ่นยนต์อุตสาหกรรม และกระทบยุทธศาสตร์กลุ่มทุนญี่ปุ่นทันที

สิงคโปร์
แผนขยายอาณาจักรเทคโนโลยีอัตโนมัติของกลุ่มทุนข้ามชาติต้องสะดุดลงทันที เมื่อทางการจีนสั่งระงับข้อตกลงมูลค่า 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่กลุ่ม SoftBank จากญี่ปุ่นเตรียมเข้าซื้อกิจการแผนกหุ่นยนต์ของ ABB ยักษ์ใหญ่ด้านวิศวกรรม ตามรายงานของ Nikkei Asia และ Financial Times ความเคลื่อนไหวนี้ตัดตอนดีลควบรวมกิจการขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในวงการหุ่นยนต์ระดับโลก ทั้งยังชี้ชัดว่ารัฐบาลปักกิ่งกำลังเข้มงวดกับการกำกับดูแลเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงมากขึ้น
การแทรกแซงของจีนไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะคู่สัญญาสองฝ่าย แต่เปลี่ยนสมการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมไปพร้อมกัน สำหรับจีน หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติคือหัวใจสำคัญในการยกระดับภาคการผลิตทั่วประเทศ การปล่อยให้แผนกหุ่นยนต์ของ ABB ซึ่งมีฐานการผลิตและส่วนแบ่งตลาดสำคัญในจีนตกไปอยู่ในมือ SoftBank จึงถูกมองผ่านมิติด้านความมั่นคงทางอุตสาหกรรมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทางการจีนจึงเลือกใช้อำนาจกำกับดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้สายพานเทคโนโลยีสำคัญตกอยู่ใต้การควบคุมของกลุ่มทุนต่างชาติรายใหม่
แรงสะเทือนข้ามทวีป
สำหรับ SoftBank ดีลที่ล่มลงนับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญในการเชื่อมโยงปัญญาประดิษฐ์เข้ากับฮาร์ดแวร์เชิงอุตสาหกรรม แม้ Financial Times จะรายงานว่า SoftBank ทำกำไรได้ถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินอย่างมาก แต่เม็ดเงินมหาศาลกลับไม่อาจเอาชนะกำแพงอำนาจรัฐได้ แผนเข้าซื้อกิจการมูลค่า 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่วางไว้เป็นเรือธงด้านหุ่นยนต์จึงต้องยุติลง ทำให้ยุทธศาสตร์ด้านระบบอัตโนมัติของกลุ่มทุนญี่ปุ่นรายนี้สะดุดทันที
ขณะเดียวกัน ABB ต้องแบกรับแรงกดดันโดยตรง แผนยุทธศาสตร์ที่ต้องการขายหน่วยหุ่นยนต์ออกไปเพื่อหันไปมุ่งเน้นธุรกิจระบบพลังงานและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ต้องเจอกับความไม่แน่นอนรอบใหม่ การมองหาผู้ซื้อรายอื่นภายใต้เงื่อนไขที่จีนยอมรับได้กลายเป็นโจทย์ที่แทบไร้ทางออก ยิ่งไปกว่านั้น มูลค่ากิจการของแผนกนี้อาจต้องถูกประเมินใหม่ทั้งหมด เมื่อตลาดใหญ่ที่สุดอย่างจีนแสดงท่าทีปฏิเสธอย่างชัดเจน
กฎระเบียบใหม่ของสมรภูมิเทคโนโลยี
ในอดีต การควบรวมกิจการข้ามชาติมักพิจารณาจากเงื่อนไขทางการเงินและการป้องกันการผูกขาดเป็นหลัก แต่คำสั่งระงับของจีนตอกย้ำว่า กฎเกณฑ์เดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป ปักกิ่งแสดงให้เห็นว่า การอนุมัติข้อตกลงเทคโนโลยีระดับโลกไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างตลาดเพียงอย่างเดียว หากผูกติดกับอำนาจควบคุมห่วงโซ่การผลิตภายในประเทศอย่างเข้มงวด
สิ่งที่ยังเป็นคำถามสำคัญคือ ความเข้มงวดด้านกฎระเบียบจะบีบให้ดีลเทคโนโลยีในอนาคตต้องแยกขั้วออกจากกันหรือไม่ สำหรับ SoftBank เม็ดเงิน 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐอาจนำไปจัดสรรลงทุนในภูมิภาคอื่นได้ ทว่าสำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ระดับโลก การถูกตัดขาดไม่ให้เชื่อมเทคโนโลยีระหว่างผู้ผลิตยุโรป กลุ่มทุนญี่ปุ่น และตลาดการผลิตของจีน ถือเป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่กลไกตลาดไม่อาจคลี่คลายได้ง่ายในระยะสั้น
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก