Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกแปซิฟิก ออริจินัล

ชนชั้นนำเวียดนามหลังปี 1975 อยู่ที่ไหน?

กลุ่มชนชั้นนำของเวียดนามหลังปี 1975 มีอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยคุณค่าของพวกเขาไม่ได้วัดกันเพียงจากทรัพย์สิน สถานะทางสังคม หรือชื่อเสียงเท่านั้น แต่สะท้อนผ่านความสามารถ ความรับผิดชอบ และการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

โดย Somchai Preechawitหัวหน้าสำนักข่าวกรุงเทพฯอ่าน 4 นาที0
แชร์
ชนชั้นนำเวียดนามหลังปี 1975 อยู่ที่ไหน?

ในงานเลี้ยงหรู เราอาจสังเกตได้ว่าใครมีฐานะจากนาฬิกาบนข้อมือ ใครมีอำนาจจากผู้คนที่รอเข้าทักทาย และใครมีชื่อเสียงจากกล้องที่หันเข้าหา แต่การจะบอกว่าใครคู่ควรกับคำว่า “ชนชั้นนำ” กลับต้องพิจารณามากกว่าสิ่งที่มองเห็น

เงิน ตำแหน่ง และชื่อเสียงสร้างสถานะให้คนคนหนึ่งได้ ทว่าไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าเจ้าของสถานะนั้นจะมีวิจารณญาณ ความลุ่มลึกทางวัฒนธรรม หรือผลงานที่สร้างประโยชน์ให้สังคมอย่างยั่งยืน

กว่าครึ่งศตวรรษหลังปี 1975 คำถามที่ว่าชนชั้นนำเวียดนามอยู่ที่ไหน จึงพาเราไปสู่คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันว่า วันนี้เราใช้เกณฑ์อะไรตัดสินว่าใครควรได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำทางความคิดและแบบอย่างของสังคม

คำว่า “ชนชั้นนำ” ในบทความนี้หมายถึงผู้มีความสามารถโดดเด่น สร้างคุณค่าที่คงอยู่ และใช้อิทธิพลของตนอย่างรับผิดชอบ ความมั่งคั่ง ความสำเร็จทางวิชาการ หรืออำนาจบริหารอาจเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้น แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือผลงานของบุคคลนั้น รวมถึงโอกาสที่ผลงานเหล่านั้นเปิดให้ผู้อื่น

ปี 1975 เป็นจุดสิ้นสุดของสงครามและจุดเริ่มต้นของระเบียบการเมืองและสังคมชุดใหม่ การอพยพพาชาวเวียดนามจำนวนมากออกไปตั้งหลักในต่างแดน โดย UNHCR บันทึกว่าผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามทางเรือกลุ่มแรกเดินทางถึงมาเลเซียในเดือนพฤษภาคมปีนั้น ผู้คนที่ออกเดินทางมีภูมิหลัง อาชีพ และเงื่อนไขชีวิตแตกต่างกัน จึงไม่อาจเหมารวมว่าทั้งหมดเป็นปัญญาชนหรือผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ

เช่นเดียวกัน การจากไปของคนกลุ่มหนึ่งไม่ได้หมายความว่าความสามารถทั้งหมดได้จากประเทศไปพร้อมกับพวกเขา

การมองเช่นนั้นทำให้ประวัติศาสตร์อันซับซ้อนกลายเป็นการจัดลำดับคุณค่าของคนตามถิ่นที่อยู่ ผู้จากไปต้องสร้างชีวิตใหม่ ส่วนผู้ที่อยู่ต่อก็ต้องปรับตัวกับเงื่อนไขของสังคมหลังสงคราม การประเมินชีวิตของใครสักคนจึงต้องคำนึงถึงบริบท ที่อยู่ในแคลิฟอร์เนียหรือฮานอยเพียงอย่างเดียวบอกเราได้น้อยมากเกี่ยวกับความสามารถ ความซื่อตรง หรือสิ่งที่เขาสร้างไว้

ขณะเดียวกัน ความคิดถึงอดีตก็ไม่ควรทำหน้าที่แทนหลักฐาน เราไม่อาจถือว่าโลกก่อนปี 1975 เป็นยุคแห่งความประณีตที่สูญหายไปทั้งหมด หรือถือว่าความมั่งคั่งในเวลาต่อมาคือหลักฐานของความก้าวหน้าในทุกด้าน คนแต่ละรุ่นควรได้รับการพิจารณาจากผลงานของตน ชื่อสกุลบอกที่มา ส่วนความสำเร็จต้องมีสิ่งอื่นรองรับ

นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโด๋ยเม้ย ซึ่งเริ่มในปี 1986 เปลี่ยนโครงสร้างของโอกาสอีกครั้ง ธนาคารโลกระบุว่า การปฏิรูปดังกล่าวประกอบกับปัจจัยระหว่างประเทศที่เอื้ออำนวย ช่วยให้เวียดนามเปลี่ยนจากหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดของโลกสู่ประเทศรายได้ปานกลางภายในชั่วอายุคน ตลาดที่เปิดกว้างขึ้นสร้างช่องทางใหม่ให้ผู้คนทำธุรกิจ สะสมทรัพย์สิน และขยับฐานะทางสังคม

ความสำเร็จทางเศรษฐกิจนำมาซึ่งคำถามว่า ความมั่งคั่งส่วนบุคคลควรเปลี่ยนเป็นการยอมรับจากสังคมด้วยเงื่อนไขใด

ธุรกิจที่สร้างงานคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรม และรักษาคำมั่นต่อลูกจ้างกับลูกค้า ย่อมมีเหตุผลให้สังคมเคารพผู้ก่อตั้ง แต่ตัวเลขทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวยังทิ้งคำถามไว้มากมาย เงินนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร สร้างอะไรไว้ ใครได้รับประโยชน์ และใครเป็นผู้รับภาระต้นทุน

คำถามเหล่านี้ช่วยให้เราประเมินคุณภาพของความสำเร็จได้รอบด้านขึ้น

ในโลกไลฟ์สไตล์ ประเด็นนี้ยิ่งเห็นได้ชัด เพราะสถานะสามารถถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าได้ บ้าน โรงเรียน ทริปพักผ่อน หรือสโมสรส่วนตัวล้วนเสนอภาพของการเข้าถึงสังคมที่คัดสรรมาแล้ว ผู้ซื้อได้รับทั้งบริการ บรรยากาศ และสัญลักษณ์บางอย่างที่สื่อถึงความสำเร็จ บางครั้งยังได้รับความรู้สึกว่าตนได้ก้าวเข้าสู่กลุ่มคนที่เหนือกว่า

สิ่งที่การซื้อยืนยันได้คือกำลังจ่าย ส่วนคุณสมบัติอื่นยังต้องพิจารณาต่อไป

การมีความสุขกับผลตอบแทนจากการทำงานเป็นเรื่องชอบธรรม บ้านที่สวย อาหารที่ดี และเสื้อผ้าที่ตัดเย็บประณีตช่วยเติมเต็มชีวิตได้ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อรสนิยมถูกใช้เป็นทางลัดในการตัดสินคุณค่าของคน

กระเป๋าราคาแพงบอกเราได้ว่าเจ้าของเลือกซื้ออะไร แต่บอกได้น้อยมากว่าเขาปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างไร บ้านที่งดงามสะท้อนทรัพยากรและความชอบของผู้อยู่อาศัย แต่ยังไม่ตอบว่าเจ้าของบ้านเคารพชุมชนที่อยู่นอกรั้วหรือไม่

เนื้อแท้ของวิถีชีวิตปรากฏอยู่ในการตัดสินใจที่ไม่ค่อยมีใครถ่ายภาพไว้ เช่น การจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม การรักษาสัญญาแม้ทำได้ยาก การรับฟังคำวิจารณ์ และการแก้ไขข้อผิดพลาดในวันที่การนิ่งเงียบเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า

พฤติกรรมเหล่านี้กำหนดคุณภาพของความสัมพันธ์ในสังคม และเผยให้เห็นว่าผู้มีอิทธิพลกำลังส่งต่อแบบอย่างชนิดใด ผู้ที่ทำให้การครอบครองสิ่งของดูน่าปรารถนาอาจมีบทบาทอย่างมากต่อวัฒนธรรมการบริโภค ส่วนการเป็นผู้นำทางสังคมต้องอาศัยผลงานและความรับผิดชอบที่กว้างกว่านั้น

ชาวเวียดนามผู้สร้างคุณค่าจำนวนหนึ่งทำงานอยู่นอกประเทศ และส่งต่อความรู้กลับมาผ่านการวิจัย การสอน การลงทุน และความร่วมมือ ศูนย์วิทยาศาสตร์และการศึกษาสหวิทยาการนานาชาติ หรือ ICISE ที่เมืองกวีเญิน ซึ่งริเริ่มโดยนักฟิสิกส์ เจิ่น แท็ง เวิน และเปิดดำเนินการในปี 2013 เป็นตัวอย่างของการนำเครือข่ายวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติมาสร้างพื้นที่ทำงานทางวิชาการในเวียดนาม

ความสำคัญของความเชื่อมโยงเช่นนี้อยู่ที่โอกาสซึ่งเกิดขึ้นกับคนอื่น ชื่อเสียงจึงมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อสามารถแปรเป็นทรัพยากรให้คนรุ่นต่อไปใช้ประโยชน์ได้

ภายในประเทศ เราควรมองไปถึงผู้คนที่งานของพวกเขาแทบไม่เคยอยู่หน้ากล้อง ทั้งแพทย์ที่รักษามาตรฐานวิชาชีพภายใต้แรงกดดัน ครูที่ฝึกให้ผู้เรียนคิดอย่างอิสระ วิศวกรที่แก้ปัญหายาก และเจ้าของกิจการที่ยอมลงทุนเพื่ออนาคตระยะยาว

อาชีพเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ใครเป็นชนชั้นนำโดยอัตโนมัติ แต่เป็นพื้นที่ที่เราสามารถตรวจสอบความสามารถผ่านผลงาน จรรยาบรรณ และความไว้วางใจจากผู้ที่พึ่งพาการทำงานของเขา

การเปิดพื้นที่ให้คนเหล่านี้มีบทบาทยังต้องอาศัยระบบที่สนับสนุนความสามารถ การคัดเลือกที่โปร่งใส การประเมินผลงานที่น่าเชื่อถือ และเสรีภาพในการตั้งคำถามต่อการตัดสินใจที่บกพร่อง ล้วนมีความสำคัญ หากคนทำงานเก่งพ่ายแพ้ต่อคนที่เข้าถึงผู้มีอำนาจซ้ำแล้วซ้ำเล่า องค์กรก็กำลังสอนสมาชิกให้ลงทุนกับเส้นสายก่อนความเชี่ยวชาญ เมื่อคนมีความสามารถถอยห่างหรือจากไป เงื่อนไขที่ทำให้พวกเขาทำงานได้ยากจึงควรถูกตรวจสอบด้วย

ชนชั้นนำเวียดนามหลังปี 1975 อยู่ทั้งในประเทศและต่างแดน อยู่ในสถาบันขนาดใหญ่ และในงานที่ต้องใช้ความสามารถสูงแต่ทำกันอย่างเงียบๆ บางคนมีทรัพย์สินและอำนาจ ขณะที่บางคนสร้างอิทธิพลผ่านมาตรฐานที่ตนรักษาไว้และโอกาสที่เปิดให้ผู้อื่น

สิ่งที่ควรถามต่อคือ ใครสร้างคุณค่าที่คงอยู่ ใครยกระดับความคาดหวังของสังคม และความสำเร็จของใครช่วยให้คนอื่นมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น

หากเรามองหาชนชั้นนำเฉพาะในห้องที่หรูที่สุด เราอาจพบอภิสิทธิ์ได้ไม่ยาก แต่การค้นหาคนที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่างต้องมองให้ลึกกว่านั้น

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก