บทเรียนราคาแพงแกนนำรีพับลิกัน ติดกับดักตลกล้อเลียน ‘ซาชา บารอน โคเฮน’
ไมเคิล อาบูด ขู่ฟ้องหลังหลงเชื่อร่วมถ่ายทำสารคดี เผยจุดอ่อนนักการเมืองท้องถิ่นที่หลงใหลแสงสปอตไลต์

โลกการเมืองมักผูกติดอยู่กับความระมัดระวังรอบด้าน ทว่าเมื่อมีแสงสปอตไลต์และกล้องวิดีโอเข้ามาล่อใจ เกราะกำบังของนักการเมืองหลายคนกลับพังทลายลงอย่างง่ายดาย ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอีกครั้งในสหรัฐอเมริกา เมื่อแกนนำการเมืองระดับท้องถิ่นต้องตกเป็นเป้าสายตาและเตรียมรับผลกระทบหนัก จากการยอมเปิดใจให้สัมภาษณ์ในสิ่งที่ตนเชื่อว่าเป็นสารคดีอย่างจริงจัง
ไมเคิล อาบูด แกนนำพรรครีพับลิกันแห่งเอลพาโซเคาน์ตี กำลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการตรวจสอบอย่างหนัก หลังปรากฏตัวในผลงาน Ali G: Who Iz I? ของซาชา บารอน โคเฮน ดาวตลกสายล้อเลียนชื่อดัง เรื่องนี้สร้างความเดือดดาลให้อาบูดจนต้องออกมาแสดงความโกรธแค้น พร้อมประกาศเตรียมยื่นฟ้องดำเนินคดีกับโคเฮน โดยตราหน้าอีกฝ่ายว่าเป็นคนโกหกและวิตถาร
กลวิธีของโคเฮนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในสังคมอเมริกัน ดาวตลกรายนี้สร้างชื่อจากการสวมรอยเป็นตัวละครต่างๆ เพื่อล่อให้บุคคลสาธารณะเผยตัวตนหรือมุมมองที่ไม่ทันระวังออกมาหน้ากล้อง ไม่ว่าจะเป็นบทบาททหารอย่างพันเอก เออร์แรน โมรัด ที่อ้างสายสัมพันธ์กับหน่วยมอสสาด หรือบทบาทเสียดสีสังคมอื่นๆ รูปแบบเดิมๆ นี้พุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนสำคัญของนักการเมือง นั่นคือความกระตือรือร้นที่จะขึ้นจอเพื่อขยายแนวคิดทางการเมืองของตนเอง
รายงานจากเดอะการ์เดียนระบุว่า อาบูดเชื่อสนิทใจว่ากำลังให้สัมภาษณ์สารคดีทั่วไป แต่เมื่อผลงานดังกล่าวเปิดตัวในเดือนตุลาคม โดยมีภาพถ่ายจากมาริโอ อันซูโอนี ช่างภาพรอยเตอร์ส บันทึกภาพโคเฮนไว้ได้ สิ่งที่ตามมาสำหรับแกนนำรีพับลิกันจึงเหลือเพียงความอับอายและแรงกระเพื่อมทางการเมือง
ในวัฒนธรรมการเมืองอเมริกัน นักการเมืองมักเลือกขู่ใช้กฎหมายเป็นเกราะกำบังเมื่อถูกล้อเลียนให้อับอาย แต่เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าวิจารณญาณในการคัดกรองสื่อกลับถูกมองข้าม โดยเฉพาะในพื้นที่การเมืองท้องถิ่นที่กระแสมากากำลังมาแรง ความต้องการสร้างตัวตนและหาเวทีสื่อสารกลายเป็นช่องโหว่ให้ตกหลุมพรางได้ง่าย
กรณีพิพาทระหว่างอาบูดกับโคเฮนจึงไม่ได้เป็นแค่คดีความส่วนบุคคล แต่เป็นบทเรียนเตือนใจว่าเส้นแบ่งระหว่างเวทีประชาสัมพันธ์กับกับดักล้อเลียนนั้นบางเฉียบ และเมื่อก้าวพลาดไปแล้ว ภาพลักษณ์ทางการเมืองที่เสียหายก็ยากจะกอบกู้คืนมาได้ด้วยการฟ้องร้อง
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก