Skip to content
อสังหาริมทรัพย์ข่าว

เสียงที่ไม่เคยชรา กับลมหายใจที่ดับลงของ เอริก เบาซา

การจากไปในวัย 46 ปีของผู้ชุบชีวิต บั๊กส์ บันนี และ แดฟฟี ดัก ยุคใหม่ ทิ้งความจริงเรื่องขีดจำกัดมนุษย์เบื้องหลังตัวละครอมตะ

โดย Naomi Tsukadaนักเขียนสายวัฒนธรรมและเมืองอ่าน 3 นาที0
แชร์
The Silent Inheritance of Eric Bauza
Photo: The Straits Times Life

ตัวการ์ตูนลายเส้นคลาสสิกอย่าง บั๊กส์ บันนี (Bugs Bunny) และ แดฟฟี ดัก (Daffy Duck) ไม่เคยมีริ้วรอยแห่งวัย ภาพของพวกมันบนจอยังคงโลดเต้นและส่งเสียงหัวเราะเย้ยกาลเวลาเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน ทว่าเบื้องหลังกล่องเสียงที่ส่งพลังงานล้นเหลือเหล่านั้น คือร่างกายมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ ความดันโลหิต และขีดจำกัดตามธรรมชาติ ผู้ชมคุ้นชินกับการได้ยินเสียงเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ต้องเห็นหน้าคนพากย์ จนอาจลืมไปว่า สุ้มเสียงที่ไม่มีวันแก่เฒ่า จำเป็นต้องอาศัยลมหายใจของคนคนหนึ่งคอยหล่อเลี้ยงไว้เสมอ

ความจริงอันเปราะบางนี้ปรากฏชัด เมื่อ เอริก เบาซา (Eric Bauza) นักพากย์เจ้าของรางวัลเอ็มมี (Emmys) ผู้คืนชีวิตและจิตวิญญาณยุคใหม่ให้แก่ ลูนีย์ ทูนส์ (Looney Tunes) เสียชีวิตลงด้วยวัย 46 ปี โดยสำนักงานชันสูตรศพเทศมณฑลลอสแอนเจลิส (Los Angeles County Medical Examiner) ระบุว่า เขาเสียชีวิตที่บ้านพักในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) จากโรคหัวใจและหลอดเลือดอันเนื่องมาจากความดันโลหิตสูง ข่าวร้ายนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างเงียบงันไปทั่ววงการ ทั้งในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร (United Kingdom) และกลุ่มผู้ชมทั่วโลกที่เติบโตมากับเสียงของเขา

เงาของตำนานและทางเดินที่สร้างขึ้นใหม่

เส้นทางอาชีพของเบาซาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเกิดที่รัฐออนแทรีโอ (Ontario) ในครอบครัวผู้อพยพชาวฟิลิปปินส์ (Philippines) ตลอดเวลากว่าสองทศวรรษในวงการแอนิเมชัน เบาซาสะสมผลงานนับร้อยชิ้น และร่วมงานกับสตูดิโอชั้นนำอย่าง การ์ตูนเน็ตเวิร์ก (Cartoon Network), ดิสนีย์ (Disney) รวมถึง ดรีมเวิกส์ (DreamWorks) แต่ภารกิจที่ท้าทายที่สุดในชีวิต คือการรับช่วงต่อมรดกทางวัฒนธรรมของตัวการ์ตูนระดับตำนาน

สำหรับนักพากย์ ไม่มีงานใดกดดันไปกว่าการเดินตามรอย เมล บลังก์ (Mel Blanc) เจ้าของเสียงต้นฉบับแห่งลูนีย์ ทูนส์ เบาซายึดบลังก์เป็นแม่แบบ พร้อมกับพยายามค้นหาและใส่น้ำเสียงเฉพาะตัวลงไป การรักษาสมดุลระหว่างการเคารพต้นฉบับกับจังหวะจะโคนของยุคใหม่ ทำให้ผลงานของเขาโดดเด่นจนคว้ารางวัลเอ็มมีมาครองได้ถึง 3 ครั้ง ในปี 2022, 2023 และ 2025

ลมหายใจที่เงียบลงเบื้องหลังตัวละครอมตะ

สิ่งที่ชวนขบคิดคือ ช่องว่างระหว่างผู้เสพความบันเทิงกับผู้สร้างสรรค์หลังไมโครโฟน สังคมคุ้นเคยกับการมองตัวการ์ตูนเป็นภาพจำที่ไม่มีวันตาย สตูดิโอย่อมหาคนมารับไม้ต่อเพื่อสานต่อผลงานได้เสมอ แต่สำหรับศิลปิน การเค้นพลังกายเพื่อเปล่งเสียงชุบชีวิตภาพวาดเหล่านี้ แลกมาด้วยต้นทุนทางสุขภาพที่คนดูไม่เคยเห็นผ่านหน้าจอ

เมื่อเสียงของเบาซาเงียบลง ผองเพื่อนในลูนีย์ ทูนส์ ย่อมโลดแล่นต่อไปผ่านเสียงของนักพากย์รุ่นถัดไป เจ้ากระต่ายสีเทาและเป็ดสีดำจะยังวิ่งวนบนจอโดยไร้ร่องรอยแห่งวัย ทว่าที่บ้านพักในแคลิฟอร์เนีย เหลือเพียงความเงียบงันของร่างกายมนุษย์ที่แบกรับเสียงหัวเราะเหล่านั้นไว้จนนาทีสุดท้าย เป็นความเงียบที่ย้ำเตือนว่า สุ้มเสียงอมตะที่ได้ยินกันมาเนิ่นนาน แท้จริงแล้วต้องแลกมาด้วยชีพจรของคนคนหนึ่งที่หยุดเต้นเร็วกว่าภาพจำบนแผ่นฟิล์ม

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก