สหรัฐฯ จ่อผุดดาต้าเซ็นเตอร์ 17 แห่งบนที่ดินรัฐบาลกลาง แลกทรัพยากรหนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI
กลุ่มอนุรักษ์เผยคำขอใช้พื้นที่สาธารณะกว่า 24,000 เอเคอร์ ชี้แรงกดดันโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีกระทบรัฐฝั่งตะวันตก

สิงคโปร์
ที่ดินสาธารณะของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในแถบตะวันตกเคยถูกสงวนไว้เพื่อการอนุรักษ์ ทำปศุสัตว์ หรือสัมปทานพลังงานแบบเดิมมานานหลายทศวรรษ ทว่าความต้องการประมวลผลข้อมูลปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์ที่พุ่งสูง กำลังเปลี่ยนพื้นที่เปิดโล่งเหล่านี้ให้กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
การรุกคืบของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกำลังสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรท้องถิ่นโดยตรง สถาบันวิจัย Pew Research Center ชี้ว่าศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ เริ่มขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ชนบท และรายงานล่าสุดยังตอกย้ำว่า ที่ดินของรัฐบาลกลางกำลังกลายเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คลื่นศูนย์ข้อมูลรุกพื้นที่รัฐแถบตะวันตก
ข้อมูลจากสำนักงานจัดการที่ดินสหรัฐฯ หรือ US Bureau of Land Management ซึ่งกลุ่มอนุรักษ์ Western Priorities นำมาวิเคราะห์ ระบุว่ามีคำขอใช้ที่ดินของรัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูลครอบคลุมพื้นที่กว่า 24,000 เอเคอร์ ทั้งส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและมีผลบังคับใช้แล้ว ครอบคลุมรัฐ Arizona, Idaho, Nevada, Oregon, Utah และ Wyoming
ในจำนวนนี้ มีข้อเสนอจัดตั้งแคมปัสศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์อย่างน้อย 17 แห่ง พร้อมโครงการโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน ทั้งแนวสายส่งไฟฟ้า ท่อส่งน้ำ โครงข่ายโทรคมนาคม และถนนเชื่อมต่อโครงการ โดยในรายชื่อแผนงานที่ยื่นต่อทางการ ปรากฏโครงการที่เชื่อมโยงกับ Prometheus Hyperscale ในรัฐ Wyoming ตลอดจนโครงการที่เสนอโดยผู้พัฒนาอย่าง Copia Power
ความเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับรายงานของ The New York Times ที่ระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี Donald Trump หรือ Trump มีแนวทางนำที่ดินของรัฐบาลกลางมาปรับใช้เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ หวังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ
ภาระที่ตกสู่ทรัพยากรท้องถิ่น
แรงผลักดันดังกล่าวสร้างโจทย์ใหญ่ในเชิงพื้นที่ เนื่องจากรัฐทางตะวันตกของสหรัฐฯ เผชิญสภาพภูมิอากาศแห้งแล้งและข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้าอยู่เดิม การตั้งแคมปัสคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ไม่เพียงกินพื้นที่กว้างขวาง แต่ยังดึงพลังงานและทรัพยากรน้ำมหาศาลไปใช้
แม้กลุ่มทุนจะมองว่าพื้นที่โล่งของรัฐบาลกลางคือทางเลือกที่คุ้มค่า แต่คำถามสำคัญคือชุมชนและระบบนิเวศในแถบตะวันตกจะต้องแบกรับผลกระทบจากนโยบายที่รัฐบาลกลางเร่งผลักดันไปอีกนานเพียงใด การรักษาสมดุลระหว่างเป้าหมายครองความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีกับขีดจำกัดของทรัพยากรในพื้นที่ จึงเป็นประเด็นที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก