Skip to content
วัฒนธรรมแปซิฟิก มุมมอง

หญิงสิงคโปร์ไร้เวลาออกกำลังกาย สะท้อนแรงกดดันชีวิตเมือง

ผลสำรวจล่าสุดเผย ผู้หญิงสิงคโปร์มีเวลาน้อยและเหนื่อยล้าจนส่งผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกาย ชี้สถานการณ์ใกล้เคียงกับเมืองใหญ่อื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก

โดย Naomi Tsukadaนักเขียนสายวัฒนธรรมและเมืองอ่าน 3 นาที0
แชร์
Singapore women find little time for fitness, revealing urban pressures
Photo: The Straits Times Life

สิงคโปร์

เวลา 21.00 น. คือช่วงที่หลายคนเลิกงาน ตามด้วยภาระในบ้าน ซึ่งมักรวมถึงการซักผ้า สำหรับผู้หญิงในสิงคโปร์ จังหวะชีวิตประจำวันเช่นนี้ทำให้แทบไม่มีเวลาทำกิจกรรมทางกาย จากการเปิดเผยของผลสำรวจ “What Women Want 2026” ของ Her World

ผลสำรวจระบุว่า ผู้หญิงสิงคโปร์เกือบสามในสี่ออกกำลังกายทุกสัปดาห์ ทว่ายังคงมีอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถเพิ่มความถี่ได้

ปัญหาหลักคือ “ไม่มีเวลา” ซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจถึง 24.8% ระบุ ตามมาด้วย “ความเหนื่อยล้า” 22.9% และ “ขาดแรงจูงใจ” 21.9% ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่า ความต้องการของชีวิตเมืองยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยชั่วโมงทำงานที่ยาวนานและภาระความรับผิดชอบในบ้าน ขัดแย้งโดยตรงกับการดูแลสุขภาพส่วนบุคคล โดยเฉพาะความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดทางกาย มักก่อให้เกิดวงจรที่การออกกำลังกายที่ลดลงไปยิ่งลดระดับพลังงาน และทำให้อาการปวดข้อแย่ลง

แม้ค่าใช้จ่ายและการเข้าถึงสถานที่ก็เป็นอุปสรรค แต่ผลสำรวจชี้ว่า ชุมชนออกกำลังกายทางสังคมสามารถช่วยสร้างแรงจูงใจได้ นี่คือแนวทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหา ด้วยการผสานการออกกำลังกายเข้ากับโครงสร้างทางสังคมที่มีอยู่ แทนที่จะเป็นภาระเพิ่มเติม ข้อสังเกตจาก The Straits Times Life เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 ที่ว่าแม้การออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยก็ช่วยลดความรู้สึก “เหนื่อยเกินไปที่จะออกกำลังกาย” ได้ ยิ่งตอกย้ำถึงความขัดแย้งนี้

แม้ผลสำรวจนี้จะมุ่งเน้นที่สิงคโปร์ แต่ก็อาจสะท้อนสถานการณ์ในเมืองที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อศูนย์กลางเมืองเติบโตและเศรษฐกิจพัฒนาเต็มที่ แรงกดดันต่อบุคคล โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักต้องรักษาสมดุลระหว่างอาชีพการงานกับบทบาทครอบครัวแบบดั้งเดิม ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ความท้าทายสำหรับนักวางผังเมืองและผู้จัดกิจกรรมในชุมชน คือการสร้างสภาพแวดล้อมและโครงการที่คำนึงถึงข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้กิจกรรมทางกายเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของชีวิตประจำวัน แทนที่จะเป็นเพียงเป้าหมายที่ดูห่างไกล

ประสบการณ์ของสิงคโปร์เผยว่า การส่งเสริมการออกกำลังกายไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างความตระหนักหรือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เป็นการทำความเข้าใจพฤติกรรมพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อชีวิตมีความต้องการมากขึ้น การเปลี่ยนพฤติกรรมมักเริ่มจากการแลกเปลี่ยน ที่ซึ่งเวลาส่วนตัวสำหรับการออกกำลังกายถูกเสียสละเพื่อการทำงานหรือภาระผูกพันในครอบครัว คำถามคือ จะกลับลำเรื่องนี้ได้อย่างไร เพื่อให้กิจกรรมทางกายแม้เพียงเล็กน้อย กลายเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อความต้องการในชีวิตขยายไปไกลกว่าชั่วโมงทำงานปกติ

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก