Skip to content
ชีวิตชาวต่างชาติข่าว

สิ้น 'ริว มูราคามิ' วัย 74 ปี นักเขียนผู้เปลือยด้านมืดและบาดแผลสังคมญี่ปุ่น

การจากไปของนักประพันธ์ระดับตำนานเจ้าของผลงาน Coin Locker Babies และ In the Miso Soup ทิ้งมรดกวรรณกรรมที่สะท้อนราคาค่างวดของความแปลกแยกในสังคมเมืองโตเกียว

โดย Arisa Chindavanichผู้สื่อข่าวสายสังคมไทยอ่าน 3 นาที0
แชร์
Ryu Murakami and the Price of Urban Prosperity
Photo: Malay Mail Life

สิงคโปร์

โตเกียว—วงการวรรณกรรมร่วมสมัยของญี่ปุ่นสูญเสียนักเขียนแถวหน้าคนสำคัญ หลังสื่อชั้นนำอย่าง The Japan Times, Nikkei Asia และ The Straits Times รายงานว่า ริว มูราคามิ (Ryu Murakami) เจ้าของผลงานสะเทือนอารมณ์ที่กล้าตีแผ่ด้านมืดของสังคม เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 74 ปี ณ กรุงโตเกียว (TOKYO) เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม (Oct) นับเป็นการปิดฉากเส้นทางของนักเล่าเรื่องผู้ท้าทายเส้นแบ่งทางศีลธรรมมากที่สุดคนหนึ่งของญี่ปุ่น (Japan)

เปลือยบาดแผลใต้เงาความเจริญของโตเกียว

ผลงานของริว มูราคามิ ได้รับการแปลและเผยแพร่อย่างกว้างขวางในหลายภาษา จุดเด่นที่ทำให้นวนิยายของเขาสร้างแรงสั่นสะเทือนมาโดยตลอด คือเนื้อหาดิบเถื่อนที่กล้าเผชิญหน้ากับประเด็นเรื่องเพศ ความรุนแรง และความแปลกแยกของผู้คนในเมืองใหญ่อย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่งานเปิดตัวระดับปรากฏการณ์อย่าง Almost Transparent Blue ไปจนถึง Coin Locker Babies และนิยายระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาอย่าง In the Miso Soup (Miso Soup)

สิ่งที่ทำให้งานของมูราคามิต่างจากขนบวรรณกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม ไม่ใช่แค่ฉากหลังอันหวือหวา หากคือการตั้งคำถามว่า ใครต้องแบกรับบาดแผลทางอารมณ์เมื่อสังคมพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ใน Coin Locker Babies เขาไม่ได้เล่าเพียงชะตากรรมของทารกที่ถูกทิ้งไว้ในตู้ล็อกเกอร์สถานีรถไฟ แต่ชี้ให้เห็นความเย็นชาและรอยแผลลึกของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางความเหินห่าง ขณะที่ In the Miso Soup เขานำผู้อ่านเจาะลึกย่านราตรีของโตเกียว เผยสุญญากาศทางศีลธรรม ความโดดเดี่ยว และความเปราะบางของมนุษย์ใต้แสงนีออน

กระจกสะท้อนสังคมที่ไม่ประนีประนอม

แม้ผลงานของเขามักถูกนักวิจารณ์บางกลุ่มมองว่าสุดโต่งและสุ่มเสี่ยงต่อการยั่วยุอารมณ์ ทว่าการปฏิเสธที่จะประนีประนอมกับค่านิยมความสุภาพเรียบร้อยกลับกลายเป็นเครื่องมือทรงพลังที่สุด มูราคามิไม่เคยแต่งแต้มสังคมญี่ปุ่นให้ดูนุ่มนวลหรือสงบเงียบตามความคุ้นชินของคนภายนอก แต่เลือกนำเสนอด้านมืดที่ถูกกดทับ ทั้งสังคมบริโภคนิยม ยาเสพติด และความเคว้งคว้างของคนหนุ่มสาวที่โครงสร้างหลักละเลย

ตลอดหลายทศวรรษ งานเขียนที่ได้รับการแปลไปทั่วโลกสะท้อนว่า ภาวะแปลกแยกและการสูญเสียตัวตนที่มูราคามิตั้งคำถาม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในญี่ปุ่น แต่เป็นสิ่งที่คนเมืองในระบบทุนนิยมทั่วโลกต่างเผชิญร่วมกัน การเขียนถึงความรุนแรงของเขาจึงไม่ใช่เพียงเพื่อความบันเทิง หากคือสัญญาณเตือนถึงรอยร้าวที่กำลังขยายตัวขึ้นอย่างเงียบๆ

การจากไปของ ริว มูราคามิ ในวัย 74 ปี ไม่เพียงทิ้งผลงานชิ้นสำคัญอย่าง Almost Transparent Blue, Coin Locker Babies และ In the Miso Soup ไว้เป็นหมุดหมายทางวรรณกรรม แต่ยังทิ้งคำถามสำคัญไว้ว่า ในวันที่คนเมืองเชื่อมโยงกันผ่านเทคโนโลยีมากขึ้นแต่กลับยิ่งโดดเดี่ยวและเปราะบาง ใครจะทำหน้าที่บันทึกและสะท้อนความจริงอันดิบสดเหล่านี้ต่อไปโดยไม่หลบสายตา

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก