Skip to content
ชีวิตชาวต่างชาติข่าว

เดิมพันเรต R ของ DC Studios: ส่ง Clayface สู่บอดี้ฮอร์เรอร์ ฉีกสูตรสำเร็จเดิม

การวางความสยองขวัญเคียงข้าง Superman สะท้อนยุทธศาสตร์บริหารความเสี่ยงชุดใหม่ของ James Gunn

โดย Theo Wickramasingheนักเขียนสายตลาดอสังหาริมทรัพย์อ่าน 3 นาที0
แชร์
DC Studios tests franchise yield with an abrupt body horror pivot

สิงคโปร์

สตูดิโอภาพยนตร์ขนาดใหญ่กำลังเผชิญแรงกดดันในการเค้นผลตอบแทนจากคลังตัวละครเดิม DC Studios ภายใต้การนำของ CEO James Gunn เลือกเดินหมากแหวกแนว ด้วยการวาง Superman หนังซูเปอร์ฮีโร่โทนสว่างสดใสในปี 2025 ให้อยู่ร่วมจักรวาลเดียวกับ Clayface หนังสยองขวัญแนวบอดี้ฮอร์เรอร์เรต R-rated ที่มีกำหนดฉายในปี 2026 การจับขั้วตรงข้ามมาชนกันเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนแผนปรับพอร์ตคอนเทนต์ในยุคที่ผู้ชมเริ่มปฏิเสธสูตรสำเร็จซูเปอร์ฮีโร่แบบเดิม

จุดเปลี่ยนเห็นได้ชัดตั้งแต่กระแสตอบรับแรกของ Clayface โดย Bangkok Post Life เปรียบเทียบว่า การชมเรื่องนี้ชวนเสียวไส้ไม่ต่างจากการมองดูคนดึงเนื้อรอบเล็บตัวเอง ขณะที่ Bangkok Post ชี้ว่านี่คือบอดี้ฮอร์เรอร์แนว nail-biting ชวนลุ้นระทึกจนคนดูต้องเบือนหน้าหนี โทนเรื่องที่ตึงเครียดและเน้นความสยองขวัญทางสรีระ ทำให้ผลงานชิ้นนี้ฉีกออกจากภาพยนตร์กระแสหลักอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ในหมู่ผู้ชมที่คุ้นเคยกับบรรยากาศของ Gotham City มาก่อนก็ตาม

ถอดรหัสการรื้อโครงสร้างวายร้าย

เดิมที Matt Hagen หรือ Hagen จัดเป็นหนึ่งในวายร้ายตัวฉกาจของ Batman ที่แปลงรูปร่างได้หลากหลาย ทว่าเป้าหมายของ DC Universe ในการหยิบตัวละครนี้มาสร้างเรื่องราวเดี่ยว คือการเจาะตลาดกลุ่มย่อยที่มีความภักดีสูง ตลาดหนังสยองขวัญพิสูจน์แล้วว่าทำกำไรคุ้มต้นทุน ความเสี่ยงทางการเงินจึงไม่ได้อยู่ที่การทำหนังเรต R แต่อยู่ที่จะสร้างความแปลกใหม่ได้โดนใจผู้ชมมากน้อยเพียงใด ทั้งในระดับสากลและในกรุงเทพฯ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ในโรงภาพยนตร์

ด้านทีมนักแสดง การดึง Tom Rhys Harries มาร่วมงาน พร้อมด้วย Naomi Ackie ซึ่งมีชื่อเอี่ยวกับบท Dr Caitlyn Corr สะท้อนว่าหนังมุ่งเน้นมิติด้านจิตวิทยาและการแสดงที่เข้มข้น ผู้ที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือคอหนังเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความสยองขวัญแปลกใหม่ ส่วนสตูดิโอก็ได้ขยายขอบเขตแบรนด์โดยไม่ต้องติดหล่มกับเรื่องเล่าแนวกอบกู้โลกแบบเดิม ทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้ตัวละครรองที่มักถูกมองข้าม

โจทย์ท้าทายบนความต่างของโทนเรื่อง

โจทย์สำคัญที่ยังรอคำตอบคือ โทนเรื่องทั้งหมดจะกลมกลืนในจักรวาล DC Universe ได้จริงหรือไม่ สตูดิโอกำลังเดิมพันว่า ผู้ชมจะเปิดรับจักรวาลที่มีทั้งความหวังเปี่ยมล้นจาก Superman ในปี 2025 และความวิปริตน่าขยะแขยงจาก Clayface ในปี 2026 ให้อยู่ร่วมกันได้โดยไม่รู้สึกขัดตา

บทสรุปของการทดลองครั้งนี้จึงไม่ได้วัดกันแค่ความกล้าในการแปะป้ายเรต R แต่อยู่ที่ว่า ผู้ชมวงกว้างจะยอมรับการชำแหละวายร้ายแห่ง Batman ให้กลายเป็นหนังสยองขวัญเดี่ยวได้นานแค่ไหน หากความน่าสะพรึงกลัวทางกายภาพไม่สามารถส่งพลังไปถึงแก่นเรื่องที่หนักแน่นพอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็อาจกลายเป็นการทดลองต้นทุนสูงที่จำกัดตัวเองอยู่แค่แฟนพันธุ์แท้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก