Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกสกู๊ป

ไฟสงครามเมียนมา: ฝันร้ายภูมิภาคที่แผ่ขยายไม่หยุดหย่อน

ขณะที่ความขัดแย้งในเมียนมาทวีความรุนแรง ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนกำลังเผชิญวิกฤตมนุษยธรรมที่บานปลายและผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่มั่นคง

โดย Pacific Press Deskกองบรรณาธิการอัปเดตเมื่อ 22 กันยายน 2569อ่าน 3 นาที0
แชร์
The amazing world of Bagan
Photo: radkuch.13 / flickr (CC BY)

สิงคโปร์

คราบเลือดแห่งความขัดแย้งยังคงแพร่กระจายไปทั่วเมียนมา ประเทศที่ตกอยู่ในสงครามกลางเมืองอันโหดร้ายนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 สิ่งที่เริ่มต้นจากการต่อสู้ภายในเพื่อประชาธิปไตยได้กลายพันธุ์เป็นสงครามที่ซับซ้อนหลายแนวรบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกองทัพพม่า (ตัตมาดอว์) รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) และกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ (EAOs) สำหรับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทย ลาว และอินเดีย นี่ไม่ใช่เรื่องภายในที่ห่างไกลอีกต่อไป แต่เป็นภัยคุกคามโดยตรงที่จับต้องได้ต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของมนุษย์ในภูมิภาค

ความสูญเสียของมนุษย์นั้นมหาศาลและไม่อาจปฏิเสธได้ ประชาชนกว่า 2.5 ล้านคนต้องพลัดถิ่นภายในประเทศ หนีจากการโจมตีทางอากาศอย่างไร้ความปราณี การยิงปืนใหญ่ และยุทธวิธีเผาทำลายบ้านเรือน อีกหลายคนได้แสวงหาที่ลี้ภัยข้ามพรมแดน ประเทศไทยซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมาเป็นระยะทางยาวนานที่สุด ต้องแบกรับภาระหนักที่สุดจากการอพยพครั้งนี้ โดยมีผู้ลี้ภัยหลายพันคน ส่วนใหญ่มาจากรัฐกะเหรี่ยงและรัฐฉาน ข้ามเข้ามาในจังหวัดทางภาคตะวันตกของประเทศ ค่ายตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาแออัดยัดเยียด ทำให้ทรัพยากรท้องถิ่นตึงเครียดและสร้างความท้าทายด้านมนุษยธรรมที่คงอยู่ไม่รู้จบ การหลั่งไหลเข้ามาไม่ได้มีเพียงผู้ลี้ภัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่หนีจากการเกณฑ์ทหารโดยกองทัพพม่า ซึ่งพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะแสวงหาความปลอดภัยและวิถีชีวิต เรื่องราวจากแม่สอดเล่าถึงคลินิกชั่วคราวที่พยายามรักษาบาดแผลจากกระสุนปืนและการบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจอันเจ็บปวดถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแต่ละวันห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร

นอกเหนือจากการพลัดถิ่นโดยตรง ความขัดแย้งยังกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมที่ผิดกฎหมายในภูมิภาค พื้นที่ไร้การควบคุมตามแนวชายแดนเมียนมาได้กลายเป็นแหล่งเพาะปลูกสำหรับการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และการหลอกลวงทางไซเบอร์ กลุ่มอาชญากรซึ่งมักจะปฏิบัติการโดยไม่มีการลงโทษ ใช้ประโยชน์จากความโกลาหล หลอกลวงประชากรที่เปราะบางและดึงดูดบุคคลจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านข้อเสนอการจ้างงานที่หลอกลวง 'โรงงานหลอกลวง' ที่น่าอับอายในพื้นที่ต่างๆ เช่น เมียวดีและเล่าก์ก่าย ซึ่งถูกควบคุมโดยกองกำลังติดอาวุธและองค์ประกอบที่ทุจริต ได้กลายเป็นภัยคุกคามในภูมิภาค โดยกักขังผู้คนหลายหมื่นคนในการบังคับใช้แรงงานและทาสดิจิทัล อาชญากรรมที่แพร่กระจายนี้ก่อให้เกิดภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศในอาเซียน บ่อนทำลายหลักนิติธรรมและส่งเสริมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

"เสถียรภาพของเมียนมาเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับเสถียรภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเพิกเฉยต่อวิกฤตนี้เป็นสิ่งที่เราไม่มีใครสามารถทำได้"

ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับอาเซียน วิกฤตเมียนมาแสดงถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของการทูตในภูมิภาคและความมั่นคงร่วมกัน 'ฉันทามติห้าประการ' ของบล็อกที่ตกลงกันในเดือนเมษายน 2564 พิสูจน์แล้วว่าไร้ผลต่อความดื้อรั้นของกองทัพพม่า ความไร้อำนาจนี้ไม่เพียงแต่บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของอาเซียนในเวทีโลกเท่านั้น แต่ยังสร้างช่องว่างอันตรายที่มหาอำนาจภายนอกต้องการใช้ประโยชน์ ตัวอย่างเช่น จีนยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับทั้งตัตมาดอว์และกลุ่ม EAOs ต่างๆ โดยรักษาสมดุลผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดนทางตอนใต้ อินเดียก็เฝ้าระวังอย่างระมัดระวัง กังวลเกี่ยวกับความมั่นคงชายแดนของตนเองและผลกระทบต่อนโยบาย 'Act East' ซึ่งคาดการณ์ถึงการเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นผ่านเมียนมา

การต่อสู้ที่ดำเนินต่อไปคุกคามที่จะทำลายความร่วมมือระดับภูมิภาคที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากนานหลายทศวรรษ การปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างตัตมาดอว์และ EAOs มักจะลุกลาม ทำให้เส้นทางการค้าที่สำคัญต้องปิดชั่วคราว และเกิดการหยุดชะงักของการค้าข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยพบว่าผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของตนได้รับผลกระทบโดยตรง ตั้งแต่เสถียรภาพของพื้นที่ชายแดนไปจนถึงการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจระยะยาวกับเมียนมา โอกาสที่จะเกิดรัฐล้มเหลวที่ชายแดน หรือความขัดแย้งตัวแทนที่ยืดเยื้อซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้เล่นระหว่างประเทศหลายราย เป็นสถานการณ์ฝันร้ายสำหรับกรุงเทพฯ และเมืองหลวงในภูมิภาคอื่นๆ

เส้นทางข้างหน้า

การแก้ไขวิกฤตหลายแง่มุมนี้ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์จากอาเซียน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแนวทางที่แข็งแกร่ง เป็นหนึ่งเดียว และมีความเด็ดขาดมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการก้าวข้ามการทูตที่สุภาพและพิจารณาการดำเนินการที่เด็ดขาดมากขึ้น รวมถึงการคว่ำบาตรเป้าหมายต่อเจ้าหน้าที่และธุรกิจของกองทัพพม่า การสนับสนุนระเบียงมนุษยธรรมที่มากขึ้น และกลยุทธ์ที่ประสานงานกันเพื่อรื้อถอนองค์กรอาชญากรรมที่เฟื่องฟูตามแนวชายแดน การมีส่วนร่วมกับ NUG และกองกำลังต่อต้านชาติพันธุ์จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของทางออกที่เป็นไปได้ โดยยอมรับพวกเขาในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ชอบธรรมในอนาคตของเมียนมา

ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ยุโรป และมหาอำนาจสำคัญในเอเชีย จะต้องเพิ่มความร่วมมือกับอาเซียน แทนที่จะดำเนินการฝ่ายเดียว เดิมพันนั้นสูงเกินไป วิกฤตมนุษยธรรมเลวร้ายเกินไป และผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์กว้างไกลเกินไปที่จะปล่อยให้เมียนมายังคงดำดิ่งลงสู่ความโกลาหล ต้นทุนของการไม่ดำเนินการจะไม่เพียงแต่ตกอยู่กับประชาชนชาวเมียนมาเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง บ่อนทำลายสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทั้งหมดไปอีกหลายปี

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก