มอสโกปัดแผนสันติภาพยุโรป-เคียฟ ชี้ไร้เนื้อหาสาระ แต่ยังเปิดทางคุยวอชิงตัน
เครมลินชี้ข้อเสนอจากยุโรปและยูเครนแทบไม่มีน้ำหนัก หลังทูตสหรัฐฯ วิตคอฟฟ์ หารือเซเลนสกีที่ออสโล

สิงคโปร์
สัญญาณทางการทูตจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กไม่ได้สะท้อนว่าสันติภาพใกล้เข้ามา หากแต่เป็นการคัดกรองคู่เจรจาอย่างเป็นระบบ เมื่อทำเนียบเครมลินระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ข้อเสนอสันติภาพชุดใหม่จากยูเครนและยุโรปแทบไม่มีสาระสำคัญที่จับต้องได้ แม้มอสโกจะยังเปิดช่องเจรจาร่วมกับวอชิงตันและเคียฟเพื่อยุติสงครามก็ตาม
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย พร้อมด้วยยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศ กับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ณ พระราชวังคอนสแตนติน ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันพุธในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2026 การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นคล้อยหลังการเดินทางเยือนกรุงออสโลของวิตคอฟฟ์ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าการพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทว่าฝั่งรัสเซียกลับมองว่าข้อเสนอจากยุโรปและเคียฟยังห่างไกลจากความเป็นจริง
การจัดขั้วต่อรองและดุลอำนาจ
เมื่อดูโครงสร้างการต่อรอง จะเห็นว่ามอสโกแยกคู่เจรจาออกจากกันอย่างชัดเจน โดยรัสเซียพร้อมนั่งโต๊ะคุยกับสหรัฐฯ และยูเครน แต่ปฏิเสธจะให้น้ำหนักกับกรอบคิดของกลุ่มประเทศยุโรป ท่าทีนี้ชี้ให้เห็นว่าเครมลินมองอำนาจตัดสินใจขั้นเด็ดขาดอยู่ที่วอชิงตัน ไม่ใช่พันธมิตรในยุโรป
นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นในปี ค.ศ. 2022 ดุลอำนาจบนโต๊ะเจรจาเปลี่ยนผ่านไปหลายระลอก สื่อต่างประเทศอย่าง The New York Times และ The Washington Post เคยรายงานถึงการปรับแนวทางของสหรัฐฯ ทั้งการปรับลดขนาดแผนการเมื่อยูเครนตั้งเงื่อนไขสำคัญ รวมถึงการหันมาใช้ผู้แทนพิเศษเดินสายเจรจาแทน ขณะที่ BBC เกาะติดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนแนวโน้มเดียวกันว่า รัสเซียต้องการเจรจาบนเงื่อนไขที่บีบให้เคียฟต้องยอมปรับท่าที ภายใต้แรงกดดันจากมหาอำนาจด้วยกัน
ปัจจัยมหาอำนาจและเงื่อนไขที่ยังค้างคา
การขยับหมากของรัสเซียรอบนี้ยังพัวพันกับมิติภูมิรัฐศาสตร์ที่กว้างกว่าสมรภูมิยุโรป The Japan Times รายงานถึงบทบาทของจีนที่ผลักดันแนวคิดสันติภาพควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย ตลอดจนความเคลื่อนไหวในเอเชียและญี่ปุ่นที่จับตาท่าทีของมหาอำนาจ วิกฤตครั้งนี้จึงผูกโยงกับดุลอำนาจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัสเซียจึงส่งสัญญาณชัดว่า ข้อเสนอใดก็ตามที่ไม่ตอบโจทย์ผลประโยชน์หลักของตน จะถูกปัดตกทันที
อุปสรรคสำคัญจึงอยู่ที่ช่องว่างระหว่างข้อเรียกร้องของแต่ละฝ่าย ยูเครนยังยึดมั่นในจุดยืนเดิม ขณะที่มอสโกประกาศชัดว่าจะไม่ยอมรับข้อเสนอแนวเดิมจากยุโรป ตราบใดที่เงื่อนไขความมั่นคงยังหาจุดบรรจบไม่ได้ การเจรจาจะนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามได้จริงหรือไม่ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนรอบของการพบปะทางการทูต แต่อยู่ที่ว่าวอชิงตันจะสามารถปรับข้อเสนอให้มีน้ำหนักมากพอจนเครมลินยอมรับได้หรือไม่
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก