Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกข่าว

มาเลเซียเพิกถอนสถานะเปอริกะตัน เนชันแนล เขย่ากระดานฝ่ายค้านก่อนศึกเลือกตั้ง

คำสั่งเพิกถอนสถานะกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านหลักตัดสิทธิ์การลงสนามใต้ป้ายเดียวกัน บีบพรรคเบอร์ซาตูและพรรคพาสสู่ศึกเดี่ยว ท่ามกลางบททดสอบใหญ่ของรัฐบาลอันวาร์ อิบราฮิม

โดย Grace Oyelaranนักเขียนสายภูมิอากาศและยุทธศาสตร์ภูมิภาคอ่าน 3 นาที0
แชร์
Malaysia Fractures the Opposition Before Melaka Votes

สิงคโปร์

อำนาจบริหารในกัวลาลัมเปอร์กับภูมิทัศน์การเมืองท้องถิ่นของมาเลเซียมักดำเนินไปคนละทิศละทาง แม้รัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม จะพยายามคุมเสถียรภาพในเมืองหลวง แต่สนามเลือกตั้งท้องถิ่นยังคงเป็นจุดเปราะบางที่สร้างแรงกดดันต่อเนื่อง ล่าสุด การเมืองมาเลเซียเกิดแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ เมื่อนายทะเบียนสมาคม (Registrar of Societies หรือ RoS) ประกาศเพิกถอนการจดทะเบียนของกลุ่มเปอริกะตัน เนชันแนล (Perikatan Nasional) พันธมิตรฝ่ายค้านหลักของประเทศ ในวันอังคาร ช่วงเดือนตุลาคม ค.ศ. 2026 ท่ามกลางรอยร้าวภายในระหว่างพรรคแกนนำ

ผลทางกฎหมายจากการสิ้นสภาพกลุ่มเปอริกะตัน เนชันแนล มีผลทันที โดยพรรคการเมืองในสังกัดจะไม่สามารถส่งผู้สมัครลงชิงชัยภายใต้สัญลักษณ์และป้ายหาเสียงเดียวกันในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงได้อีกต่อไป คำสั่งของนายทะเบียนสมาคมครั้งนี้ตัดทอนขีดความสามารถของฝ่ายค้านในการสร้างแนวร่วมระดับชาติ โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างสองแกนนำหลัก คือ พรรคเบอร์ซาตู หรือพรรคปาร์ตี ปรีบูมี เบอร์ซาตู มาเลเซีย (Parti Pribumi Bersatu Malaysia) ภายใต้การนำของมูห์ยิดดิน ยัสซิน กับพรรคพาส หรือพรรคปาร์ตี อิสลาม เซอ-มาเลเซีย (Parti Islam Se-Malaysia)

รอยร้าวในฝ่ายค้านและจุดเปลี่ยนของการรณรงค์

ชนวนเหตุสำคัญมาจากความขัดแย้งสะสมภายในกลุ่มพันธมิตรเอง พรรคเบอร์ซาตูและพรรคพาส ซึ่งเป็นแกนหลักในการดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มชาวมาเลย์และกลุ่มเคลื่อนไหวสายอิสลาม (Malay and Islamist) เริ่มมีความเห็นไม่ลงรอยกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดสรรบทบาทและการนำ แม้ในอดีตทั้งสองพรรคจะผสานพลังท้าทายรัฐบาลได้อย่างสูสี แต่ความแตกแยกที่คาราคาซังกลับเปิดช่องให้กระบวนการทางกฎหมายของนายทะเบียนสมาคมมีผลบังคับใช้ในที่สุด

ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์และซีเอ็นเอ การสลายตัวของเปอริกะตัน เนชันแนล ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบรรยากาศทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ภาพธงพรรคเปอริกะตัน เนชันแนล ที่เคยโบกสะบัดเรียงรายตามแนวถนนในเมืองเซเรมบัน รัฐเนกรีเซิมบีลัน เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2026 จากภาพถ่ายแฟ้มภาพ (File Photo) โดยฟัดซา อิสฮัก (Fadza Ishak) เคยสะท้อนแนวรบฝ่ายค้านที่พร้อมขับเคี่ยวทั่วประเทศ ทว่าเมื่อไร้ร่มคันเดิม แต่ละพรรคจำต้องงัดยุทธศาสตร์เดี่ยวมาสู้ และเผชิญความเสี่ยงจากการตัดคะแนนกันเองในเขตเลือกตั้งสำคัญ

บททดสอบที่มะละกากับสมการอำนาจของอันวาร์

สถานการณ์นี้กำลังมุ่งสู่สนามทดสอบแรกที่รัฐมะละกา ซึ่งมีกำหนดจัดการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2026 สำหรับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ศึกเลือกตั้งที่มะละกาถือเป็นเดิมพันสูง หลังจากพันธมิตรรัฐบาลเผชิญความปราชัยในการเลือกตั้งระดับภูมิภาคมาแล้วสองแห่ง แม้รายงานจากนิกเคอิ เอเชีย จะชี้ถึงแรงกดดันทางการเมืองที่มีต่ออันวาร์ แต่ความระส่ำระสายของฝ่ายค้านอาจช่วยให้รัฐบาลกลางได้เปรียบในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี ความเป็นจริงในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นอาจไม่ตรงกับการประเมินบนหน้ากระดาษ ฐานเสียงชาวมาเลย์ไม่ได้สูญสลายไปพร้อมกับชื่อเปอริกะตัน เนชันแนล การที่พรรคพาสและพรรคเบอร์ซาตูต้องลงสนามแยกกัน อาจยิ่งโหมให้การแข่งขันในระดับรากหญ้าดุเดือดขึ้น การชิงพื้นที่ไม่ได้ผูกขาดอยู่เพียงแค่เกมจัดตั้งรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร 222 ที่นั่งเท่านั้น แต่เป็นการพิสูจน์ความชอบธรรมที่ประชาชนมีต่อนโยบายและการบริหารของรัฐบาลกลาง

คำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนอาจจัดการกับสถานะทางนิตินัยของกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านได้ตามระเบียบบริหารราชการ แต่ไม่อาจลบล้างความตึงเครียดที่หยั่งรากลึกในสังคมมาเลเซีย การตัดสิทธิ์ไม่ให้ฝ่ายค้านใช้ร่มคันเดียวกันลงสนาม ทิ้งโจทย์สำคัญไว้กับสนามมะละกาและมลรัฐอื่นๆ ว่า การแตกขั้วของฝ่ายค้านจะช่วยค้ำเสถียรภาพให้อันวาร์ได้จริง หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความผันผวนระลอกใหม่ที่ยากจะควบคุม

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก