Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกแปซิฟิก มุมมอง

เบิร์นแฮมฟันธง IRGC บงการเหตุฐานทัพอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีอังกฤษชี้หน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ที่เคยเป็นความตึงเครียดห่างไกลในตะวันออกกลาง วันนี้ลามสู่ยุโรป

โดย Grace Oyelaranนักเขียนสายภูมิอากาศและยุทธศาสตร์ภูมิภาคอ่าน 3 นาที0
แชร์
IRGC Allegations Highlight Broader Geopolitical Strain on Global Security

สิงคโปร์

นายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม แห่งสหราชอาณาจักร ได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า เหตุการณ์ที่ฐานทัพอากาศ RAF แฟร์ฟอร์ด น่าจะเป็นฝีมือของอิหร่าน และจงใจบงการโดยหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของอิหร่าน การประกาศครั้งนี้ตอกย้ำว่า สถานการณ์ตึงเครียดที่เคยมองว่าเป็นเรื่องห่างไกลในตะวันออกกลาง วันนี้กำลังคืบคลานเข้าสู่ยุโรปอย่างมิอาจมองข้ามได้อีกต่อไป

ฐานทัพอากาศ RAF แฟร์ฟอร์ด ในกลอสเตอร์เชอร์ ทางตอนใต้ของอังกฤษแห่งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มานาน เป็นที่ประจำการของบุคลากรกองทัพอากาศสหรัฐฯ รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer ของสหรัฐฯ ซึ่งประจำการเมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2026 ภาพถ่ายโดย Toby Shepheard ของ Reuters เผยแพร่ในวันเดียวกัน การที่นายกรัฐมนตรีเบิร์นแฮมกล่าวว่าหน่วย IRGC ของอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว จึงไม่ใช่เพียงข้อกล่าวหา แต่บ่งชี้ถึงความซับซ้อนและขอบเขตความขัดแย้งที่ขยายวง

การประกาศของนายกรัฐมนตรีเบิร์นแฮมย้ำข้อกังวลที่มีมาตลอดเกี่ยวกับบทบาทของอิหร่านในเวทีโลก โดยเฉพาะท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับชาติตะวันตกมานาน ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระบุเมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2026 ว่าผู้ถูกจับกุมที่ฐานทัพอากาศในสหราชอาณาจักร “ต้องการก่อความเสียหายครั้งใหญ่” และ Bloomberg.com ยังรายงานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2026 ว่านายกรัฐมนตรีเบิร์นแฮมเชื่อว่าอิหร่านน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ฐานทัพอากาศของสหราชอาณาจักร

พัฒนาการล่าสุดนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพลวัตความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างชัดเจน จากเดิมที่ความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างตะวันออกกลางมักส่งผลกระทบจำกัดเฉพาะพื้นที่ แต่บัดนี้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเป้าหมายปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์อาจขยายขอบเขตถึงใจกลางยุโรปได้ไม่ยาก สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่านโยบายเผชิญหน้าในพื้นที่ห่างไกล จะส่งผ่านต้นทุนและความเสี่ยงด้านความมั่นคงมาสู่พรมแดนภายในได้อย่างไร

“I can confirm our assessment that it is highly likely to have been coordinated in Iran, almost certainly directed by Iran’s Islamic Revolutionary Guard,” — Burnham

คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเบิร์นแฮมที่ว่า “ผมขอยืนยันการประเมินของเราว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะได้รับการประสานงานในอิหร่าน และเกือบจะแน่นอนว่าถูกกำกับโดยหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน” ซึ่ง Channel News Asia รายงานเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการระบุตัวผู้กระทำผิด แต่ยังเป็นคำเตือนถึงภัยคุกคามแบบใหม่ที่รัฐบาลต่างๆ ต้องเผชิญ เป็นภัยที่ซับซ้อนและไร้พรมแดนมากขึ้น

ผลกระทบต่อความมั่นคงโลก

เหตุการณ์ที่ RAF แฟร์ฟอร์ด จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่จำกัดอยู่แค่สมรภูมิรบทางกายภาพอีกต่อไป แต่ขยายสู่การโจมตีทางยุทธวิธีที่มุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงขีดความสามารถในการแทรกซึมและปฏิบัติการนอกประเทศของหน่วยงานอย่าง IRGC สิ่งที่ต้องจับตาคือ สหราชอาณาจักรและพันธมิตรจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาอันร้ายแรงนี้อย่างไร และจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างไร เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มีแหล่งกำเนิดจากดินแดนห่างไกลออกไป แต่ส่งผลกระทบได้ถึงภายในบ้าน

คำถามที่ยังรอคำตอบ

ความตึงเครียดนี้ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ไม่มีคำตอบง่ายๆ สำหรับนานาประเทศ การที่หน่วยงานความมั่นคงระดับสูงของอังกฤษออกมายืนยันข้อมูลเช่นนี้ บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในหลักฐานที่พวกเขามี และอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้ที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต แต่ขณะเดียวกัน ก็อาจเป็นชนวนที่ขยายความขัดแย้งออกไปในวงกว้างยิ่งขึ้น สิ่งที่ยังคงเป็นข้อกังขาคือ โลกจะสามารถสร้างกรอบความร่วมมือเพื่อยับยั้งการขยายอิทธิพลของความขัดแย้งลักษณะนี้ได้อย่างไร ก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามจนยากควบคุม

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก