Skip to content
โรงแรมข่าว

แพลตฟอร์มรวมดีลท่องเที่ยวฟิลิปปินส์: กลยุทธ์หั่นราคาที่ท้าทายต้นทุนธุรกิจท้องถิ่น

การขยายโครงการ Discover More to Love สู่ระบบดิจิทัลช่วยเพิ่มช่องทางเข้าถึงนักเดินทาง ทว่าส่วนลดลึกถึง 60 เปอร์เซ็นต์อาจกลายเป็นภาระที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ

โดย Isabelle Moreauผู้สื่อข่าวสายอาหารและเครื่องดื่มอ่าน 3 นาที0
แชร์
Discount Portals Cannot Substitute for Tourism Infrastructure

สิงคโปร์

แม้เป้าหมายของภาครัฐคือการเปิดทางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนักเดินทางโดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางรายใหญ่ ทว่าการดึงดูดผู้ซื้อเข้าสู่ระบบมักหนีไม่พ้นการลดราคาอย่างหนัก ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ (DoT) เดินหน้าแนวทางดังกล่าว ด้วยการขยายโครงการ Discover More to Love สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลในเดือนตุลาคม 2026 เพื่อรวบรวมโปรโมชันและข้อมูลการจองสำหรับนักเดินทาง พร้อมเปิดช่องทางใหม่ให้ภาคธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น

กลไกของระบบทำงานอย่างตรงไปตรงมา ผู้เดินทางสามารถค้นหาข้อเสนอตามจุดหมายปลายทาง หมวดหมู่การท่องเที่ยว หรือเงื่อนไขราคาและส่วนลด เมื่อได้ตัวเลือกที่ต้องการ ระบบจะส่งต่อไปยังช่องทางจองของสถานประกอบการโดยตรง แพลตฟอร์มดิจิทัลนี้จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่เปิดรับเฉพาะสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยว หรือ DoT-accredited เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่

กลยุทธ์ลดราคาและต้นทุนที่ซ่อนอยู่

ภูมิภาคเซ็นทรัลวิซายัส (Central Visayas) เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่สะท้อนการแข่งขันชัดเจน ตัวอย่างข้อเสนอที่ปรากฏมีตั้งแต่ Costabella Tropical Beach Hotel บนเกาะมักตัน (Mactan Island) ไปจนถึง Ivywall Resort Panglao ในเครือ Western Plus ซึ่งต่างนำเสนออัตราส่วนลดตั้งแต่ 48 เปอร์เซ็นต์, 55 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยเปิดให้จองยาวไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน แม้แต่กิจกรรมทางวัฒนธรรมอาหารอย่าง Slow Food Experience ก็ถูกดึงเข้ามาในระบบเพื่อดึงดูดผู้เดินทางที่มองหาประสบการณ์ท้องถิ่น

การจัดโปรโมชันลดราคา 48 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ย่อมกระตุ้นยอดขายได้อย่างรวดเร็ว ทว่าในมุมการบริหารธุรกิจบริการ การยอมเฉือนกำไรเกินครึ่งสร้างแรงกดดันต่อโครงสร้างต้นทุนไม่น้อย ท่ามกลางภาวะที่ภาคธุรกิจต้องแบกรับภาระต้นทุนดำเนินงานรอบด้าน รายได้ต่อหน่วยที่ลดฮวบจากการหั่นราคาจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ตามมา

จริงอยู่ว่า แพลตฟอร์มของรัฐช่วยให้สถานประกอบการเข้าถึงผู้ซื้อได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งระบบตัวกลางเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว แต่การกระตุ้นตลาดด้วยตัวเลขส่วนลดที่สูงลิ่วเช่นนี้อาจสร้างผลข้างเคียงโดยไม่รู้ตัว นั่นคือการทำให้ผู้บริโภคคุ้นชินกับการมองหาของถูกเป็นหลัก จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญเมื่อธุรกิจต้องการปรับราคากลับสู่ระดับปกติในอนาคต

ความย้อนแย้งของการรักษามาตรฐานบริการ

ฝ่ายสนับสนุนอาจชี้ว่า การรวมข้อเสนอไว้บนระบบกลางช่วยให้ธุรกิจกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์รับรองได้รับความสนใจจากผู้เดินทางอย่างทั่วถึง ผู้ประกอบการไม่ต้องทุ่มงบการตลาดก้อนโต และการมีผู้มาเยือนหมุนเวียนในพื้นที่ยังช่วยพยุงสภาพคล่องในช่วงที่ตลาดซบเซาได้เป็นอย่างดี

ทว่าในความเป็นจริง ประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่าง Slow Food Experience มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เอื้อต่อการตัดราคา การคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นและการปรุงอย่างประณีตล้วนมีต้นทุนคงที่ที่ไม่อาจลดทอนได้โดยไม่กระทบคุณภาพ เมื่อบริการเชิงประสบการณ์ถูกนำมาจัดวางเคียงข้างป้ายลดราคา 55 หรือ 60 เปอร์เซ็นต์บนหน้าจอค้นหา คุณค่าของเรื่องราวและวิถีชุมชนก็เสี่ยงจะถูกกลบด้วยความคุ้มค่าทางการเงิน จนทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจจากราคามากกว่าความประณีตของงานบริการ

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวจะรวบรวมสถานประกอบการเข้ามาได้มากน้อยเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าผู้ประกอบการท้องถิ่นจะแบกรับต้นทุนของการลดราคาเพื่อแลกกับยอดจองได้นานแค่ไหน การสร้างเครื่องมือดิจิทัลอาจช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูล แต่ตราบใดที่ระบบยังขับเคลื่อนด้วยสงครามราคา ความยั่งยืนของภาคบริการท้องถิ่นก็ยังเป็นภาระหนักที่ผู้ประกอบการต้องประคับประคองด้วยตนเอง

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก