เมื่อเชือกตรึงร่างวงเมทัล สำรวจมิตินิ่งและไหวใน Still Lives
Daniel Kok และ Luke George ใช้ศิลปะผูกเชือกตรึงร่างสมาชิกวง Rudra สะท้อนความเปราะบางและตัวตนในสิงคโปร์

สิงคโปร์
ความนิ่งมักถูกมองว่าไร้พลัง ทว่าบนพื้นที่การแสดงที่จัดวางอย่างประณีต ความเงียบและการหยุดนิ่งกลับกลายเป็นเครื่องมือสำรวจแรงต้านทานได้แจ่มชัดที่สุด เมื่อเรือนร่างถูกพันธนาการด้วยเงื่อนเชือกทีละเปลาะ ภาพตรงหน้าจึงไม่ใช่เพียงสรีระที่สูญเสียอิสรภาพชั่วคราว หากคือความตึงเครียดระหว่างการควบคุม การยอมจำนน และมิติของเวลาที่ยากจะหวนคืน
ในผลงาน Still Lives รอบล่าสุด Daniel Kok และ Luke George จับคู่สิ่งที่ไม่น่าบรรจบกันได้อย่างเฉียบคม ทั้งสองนำศิลปะการผูกเชือกมาผสานเข้ากับสมาชิกวง Rudra วงดนตรีแนวเวดิกเมทัล (Vedic metal) เปลี่ยนผู้สร้างเสียงดนตรีอันดุดันให้กลายเป็นประติมากรรมที่มีชีวิต ผลงานชิ้นนี้เป็นงานศิลปะจัดวางเฉพาะพื้นที่และกินเวลายาวนาน ซึ่งร่วมกันสำรวจสภาวะของเรือนร่างและการเคลื่อนไหว ผ่านการเดินทางจัดแสดงมาแล้วในหลายเมือง ทั้งในออสเตรเลียและเบอร์ลิน ก่อนจะนำแนวคิดนี้มาเทียบเคียงกับบริบทของสิงคโปร์
ตรึงตัวตนไว้กับกาลเวลา
การเลือกวงดนตรีอย่าง Rudra ถือเป็นหมุดหมายที่น่าสนใจ วงนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1992 และสร้างเอกลักษณ์ด้วยการหลอมรวมปรัชญาเวทโบราณเข้ากับดนตรีเมทัลหนักหน่วง ท่ามกลางกระแสการพัฒนาเมืองที่บีบให้วัฒนธรรมย่อยต้องดิ้นรนหาที่ยืน เมื่อ Kok และ George บรรจงผูกร่างสมาชิกวงทีละคน ร่างกายที่ผ่านเวทีมายาวนานจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้บรรเลงเพลง หากแปรสภาพเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์ วัยที่ร่วงโรย และความทรงจำทางวัฒนธรรม
หัวใจสำคัญของกระบวนการนี้คือสายสัมพันธ์แห่งความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้ผูกกับผู้ถูกผูก เงื่อนแต่ละปมต้องอาศัยทั้งการยินยอมและการรักษาสมดุลอย่างยิ่งยวด สวนทางกับความเร่งรีบในสังคมภายนอกที่แทบไม่เหลือความอดทนต่อความช้า การแสดงนี้จึงบีบให้ผู้ชมต้องเผชิญหน้ากับความเปราะบางของมนุษย์ พร้อมสะท้อนภาพสังคมพหุวัฒนธรรมที่พยายามประคับประคองความหลากหลายไว้ภายใต้โครงสร้างอันตึงเครียด
ปลดเปลื้องพันธนาการในเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ที่โรงละคร Rudra Singtel Waterfront Theatre ความนิ่งและการเคลื่อนไหวถูกทดสอบอย่างเข้มข้น สมาชิกวงถูกชักรอกยกขึ้นลอยคว้างเหนือเวที ก่อนจะค่อยๆ หย่อนลงมาและคลายปมเชือกออกทีละเส้น ตามรายงานของ The Straits Times Life ผู้ชมต่างเฝ้ามองช่วงเวลาแห่งการคลายพันธนาการที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก นำไปสู่เสียงปรบมือที่สะท้อนถึงการปลดปล่อยอย่างลึกซึ้ง ซึ่งไม่ใช่แค่การชื่นชมความงามของเงื่อนเชือก หากเป็นการคารวะต่อความสามารถในการอดทนและฟื้นตัวของมนุษย์
โครงการ Still Lives ซึ่งริเริ่มและพัฒนามาตั้งแต่ปี 2014 ไม่ได้เพียงสำรวจเส้นแบ่งระหว่างความสงบนิ่งกับการเคลื่อนไหว หากยังตั้งคำถามว่าผู้คนและชุมชนจะรักษาตัวตนอย่างไรในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็วเกินไป เมื่อเส้นเชือกคลายออกและร่างของนักดนตรีสัมผัสพื้นอีกครั้ง ร่องรอยบนผิวหนังจึงย้ำเตือนว่า ความทรงจำและอัตลักษณ์ยังคงอยู่ ไม่ได้เลือนหายไปไหน แม้โครงสร้างรอบตัวจะคอยบีบรัดให้เปลี่ยนรูปไปก็ตาม
แหล่งที่มา
จดหมายข่าว
แปซิฟิก เดลี
บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก