Skip to content
เอเชีย-แปซิฟิกแปซิฟิก มุมมอง

แปซิฟิกร้อนจัดดั่งจับไข้ เอลนีโญหนุนพายุถล่มเอเชียตะวันออก สะเทือนสายพานการผลิต

พายุหมุนเขตร้อนพัดถล่มไม่ขาดสาย บีบศูนย์กลางเศรษฐกิจและโรงงานอุตสาหกรรมในภูมิภาคเร่งปรับตัวรับมือสภาพอากาศสุดขั้ว

โดย Wan Jia Huiนักเขียนข่าวธุรกิจภูมิภาคอ่าน 3 นาที0
แชร์
Typhoon Champi Develops Massive Eye
NASA Goddard Photo and Video / BY via Openverse

เมื่อผืนน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกร้อนจัดจนเปรียบเสมือนกำลังจับไข้จากอิทธิพลของเอลนีโญ ความร้อนสะสมมหาศาลจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระหน่ำพายุหมุนเขตร้อนลูกแล้วลูกเล่าเข้าถล่มเอเชียตะวันออกอย่างต่อเนื่อง เอลนีโญในเอเชียตะวันออกรอบนี้ไม่ได้สร้างเพียงความปั่นป่วนทางสภาพอากาศตามฤดูกาล แต่กำลังกระทบวิถีชีวิตและสั่นคลอนสายพานการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้งรอยเตอร์ บีบีซี เดอะการ์เดียน เดอะนิวยอร์กไทมส์ ไทเปไทมส์ และเดอะเจแปนไทมส์ ล้วนชี้ไปในทางเดียวกันว่า สภาพอากาศสุดขั้วกำลังบีบให้ภูมิภาคนี้ต้องเผชิญความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้

พายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวเรียงแถวเข้ามา ตั้งแต่พายุไต้ฝุ่นโซเดล พายุไต้ฝุ่นอินฟา จนถึงเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่นจำปีพัดถล่ม ล้วนเคลื่อนตัวตามแรงหนุนของระบบความกดอากาศสูง โดยพายุไต้ฝุ่นจำปีพัดเข้าปะทะหมู่เกาะโอกาซาวาระของญี่ปุ่น ซัดระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่จนเสียหาย ขณะเดียวกัน ความเร็วในการก่อตัวและทิศทางลมที่คาดเดายากยังบีบให้ชุมชนชายฝั่งและระบบขนส่งทางเรือต้องแบกรับต้นทุนบริหารความเสี่ยงสูงขึ้นทันที

วงจรพายุต่อเนื่องกับต้นทุนที่เอเชียตะวันออกต้องแบกรับ

ตัดภาพมาที่ไต้หวัน พื้นที่เกาะแห่งนี้ต้องกลายเป็นด่านหน้ารับแรงปะทะหนักหน่วง รายงานสภาพอากาศจาก CWA ชี้ชัดถึงความรุนแรงของพายุที่พัดประชิด ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่ไต้หวันสั่งระงับกิจกรรมทั่วทั้งเกาะ ทั้งสั่งปิดโรงเรียน หยุดทำการสถานที่ราชการและบริษัทเอกชน ตลอดจนระงับการสัญจรเพื่อความปลอดภัย หลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมพุ่งสูงกว่า 500 มิลลิเมตร จนคุกคามนิคมอุตสาหกรรมและโครงข่ายการส่งออก การที่เมืองต้องหยุดชะงักเช่นนี้สะท้อนชัดว่า โครงสร้างพื้นฐานเดิมอาจไม่พร้อมรับมือกับความถี่ของพายุที่ซัดเข้ามาถี่ยิบเช่นนี้อีกต่อไป

โรงงานผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีและสายการผลิตสินค้าต้องเผชิญภาวะชะงักงัน ต้นทุนการผลิตในเวลานี้จึงไม่ได้ผูกอยู่แค่ราคาพลังงานหรือค่าจ้างแรงงาน แต่รวมถึงความเปราะบางของระบบขนส่งเชื่อมต่อท่าเรือกับนิคมอุตสาหกรรม เมื่อต้องปิดเมืองตั้งรับพายุแต่ละครั้ง ความเสียหายย่อมลามเป็นลูกโซ่ และเมื่อโรงงานใหญ่เดินเครื่องไม่ได้ ยอดส่งมอบสินค้าป้อนตลาดโลกก็สะดุดลงทันที

ความไม่แน่นอนเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก

พายุหลายระลอกที่ก่อตัวไม่หยุดเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังตอกย้ำปัญหาเชิงโครงสร้างของเมืองอุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออก ทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนในญี่ปุ่นและไต้หวันต่างเผชิญคำถามใหญ่ว่า ระบบป้องกันภัยพิบัติที่มีอยู่จะรับมือไหวแค่ไหน แม้นักวิเคราะห์จะมองว่าทางออกคือการกระจายห่วงโซ่อุปทานหรือย้ายฐานการผลิต ทว่าในโลกความเป็นจริง การลงทุนยังผูกแน่นกับแรงงานฝีมือและโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่สั่งสมมานานหลายสิบปี

สภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้วจึงไม่ใช่เรื่องชั่วคราวที่พัดมาแล้วผ่านไป หากแต่กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางต้นทุนและวิถีชีวิตผู้คนในเอเชียตะวันออก คำถามสำคัญที่ยังไร้คำตอบชัดเจนคือ บรรดาเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจเหล่านี้จะเร่งปรับโครงสร้างรับมือภัยพิบัติได้ทันการณ์หรือไม่ ก่อนที่มหาสมุทรแปซิฟิกจะซัดพายุระลอกถัดไปเข้าถล่มซ้ำ

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก