Skip to content
วัฒนธรรมข่าว

16 ปีกับ 100 ล้านดอลลาร์ เดิมพันสต็อปโมชันของทายาท Nike ในยุคฮอลลีวูดเน้นงานไว

Travis Knight ทุ่มเวลาปั้น Wildwood งานคราฟต์ที่ท้าทายตรรกะความคุ้มทุนของอุตสาหกรรมบันเทิง

โดย Suthida Ramnarongนักเขียนสายเศรษฐกิจปากท้องอ่าน 3 นาที0
แชร์
The Hundred-Million-Dollar Patience of Stop-Motion
Photo: The Straits Times Life

สิงคโปร์

ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วและผลกำไร การทุ่มงบประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐพร้อมเวลาสร้างยาวนานถึง 16 ปีเพื่อหนังเรื่องเดียว นับเป็นโจทย์การลงทุนที่สวนทางกับตำราธุรกิจกระแสหลัก ทว่านี่คือเส้นทางที่เกิดขึ้นจริงกับ Wildwood ผลงานแอนิเมชันสต็อปโมชัน (Stop-motion) เรื่องล่าสุดจากสตูดิโอ Laika ภายใต้การดูแลของ Travis Knight ผู้กำกับและซีอีโอ (CEO) ชาวอเมริกัน (American)

งานเปิดตัวรอบพรีวิว ณ โรงภาพยนตร์ Chinese Theatre ใน Hollywood ช่วงเดือน ต.ค. (Oct) ตอกย้ำถึงหยาดเหงื่อหลังฉาก ตามรายงานของ The Straits Times Life ระบุว่าทีมงานต้องสร้างตัวละครทำมือขึ้นมาราว 3,000 ตัว และถ่ายทำไปมากกว่า 400 ช็อต เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละคร Prue (Characters Prue) ที่ให้เสียงโดย Peyton Elizabeth Lee และ Curtis ที่ได้ Jacob Tremblay มาร่วมพากย์

เงินทุนและเวลาที่สวนทางระบบบัญชี

การปล่อยให้ทุนจมอยู่นานถึง 16 ปีโดยไร้เม็ดเงินหมุนเวียน นับเป็นความเสี่ยงที่สตูดิโอส่วนใหญ่ใน United States ไม่กล้าแตะ โปรเจกต์ลักษณะนี้มักถูกพับเก็บตั้งแต่ช่วงแรกของการพัฒนา ทว่า Laika มีแต้มต่อสำคัญ เพราะ Travis Knight คือบุตรชายของ Phil Knight มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง Nike สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับอาณาจักร Nike Inc มอบสายป่านทางการเงินที่ยาวพอให้เขาสร้างงานฝีมือประณีตที่ตลาดเคยมองว่าไม่อาจทำกำไร

"I am Travis Knight and I make stop-motion movies," — Knight

คำแนะนำตัวอย่างเรียบง่ายของ Knight สะท้อนการปักหลักกับวิถีแอนะล็อกที่ต้องอาศัยแรงงานคนปั้นหุ่นและขยับทีละเฟรมอย่างไม่ประนีประนอม ขณะที่ค่ายบันเทิงส่วนใหญ่หันไปพึ่งคอมพิวเตอร์กราฟิกเพื่อเร่งรอบงานและคุมค่าใช้จ่าย งานสต็อปโมชันจึงกลายเป็นงานศิลปะราคาแพง แต่ในมุมคนดู ตั๋วชมภาพยนตร์หนึ่งใบมีราคาเท่ากัน ไม่ว่าหนังเรื่องนั้นจะใช้เวลาฟูมฟักมา 16 ปีหรือถ่ายทำเสร็จในไม่กี่เดือน

เดิมพันงานฝีมือในวันที่ตลาดต้องการความเร็ว

คำถามสำคัญคือ ภาพยนตร์ที่ใช้เวลาผลิตยาวนานเช่นนี้จะยืนระยะได้ดีเพียงใดในโรงภาพยนตร์ ทั้งในฝั่งอเมริกาเหนือ (North American) หรือตลาดใหญ่อย่างจีน (China) เมื่อพฤติกรรมผู้ชมยุคนี้ผูกติดกับคอนเทนต์ที่เสพง่ายและเปลี่ยนผ่านไว การอัดฉีดงบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงเป็นบทพิสูจน์ว่า ผู้คนยังพร้อมจ่ายเงินเพื่อเสพความประณีตแบบดั้งเดิมหรือไม่

The Straits Times Life มองว่า Wildwood อาจกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่ไม่ทำกำไรอีกเรื่องของทายาทผู้ก่อตั้ง Nike แต่สำหรับโลกแอนิเมชัน นี่คือหมุดหมายสำคัญว่าคุณค่าของเวลา 16 ปีจะชนะการคำนวณตัวเลขทางธุรกิจได้หรือไม่ และคนดูจะยังต้อนรับความมุ่งมั่นทุ่มเทระดับนี้อยู่หรือไม่

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก