Skip to content
ท่องเที่ยวข่าว

เมื่อเครื่องปั่นน้ำพริกกลายเป็นอาวุธทวงค่าไฟกลางสำนักงานรัฐบาลเม็กซิโก

ภาพสะท้อนความจนตรอกของประชาชนในบาฮากาลิฟอร์เนียซูร์ ที่ระบบราชการบีบให้ความเงียบต้องตอบโต้ด้วยความตลกขื่น

โดย Kenji Arakawaผู้สื่อข่าวสายวัฒนธรรมอ่าน 3 นาที0
แชร์
The Domestic Appliance as an Instrument of Public Reckoning

กลไกระบบราชการมักทำงานตามแบบแผนที่คุ้นตา เมื่อถึงกำหนดชำระหรือสั่งตัดไฟ เอกสารแจ้งเตือนจะส่งตรงเวลาอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าเมื่อเกิดข้อผิดพลาดและถึงคราวต้องแก้ไข ระบบเดียวกันนี้กลับชะงักงันจนประชาชนหมดความอดทน ในที่สุดจึงมีคนเลือกวางใบคำร้องลง แล้วหิ้วเครื่องปั่นอาหารพร้อมวัตถุดิบทำซัลซา เดินตรงเข้าไปเสียบปลั๊กประท้วงถึงในสำนักงานของรัฐ

เหตุการณ์ในเมืองลาปาซ รัฐบาฮากาลิฟอร์เนียซูร์ กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงทันที เมื่อชายท้องถิ่นรายหนึ่งนำเครื่องปั่นอาหารเข้าไปในสำนักงานคณะกรรมการการไฟฟ้าแห่งสหพันธรัฐ หรือ CFE เพื่อใช้ไฟฟ้าของหน่วยงานปั่นซัลซาประท้วง เม็กซิโกนิวส์เดลีรายงานถึงการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ครั้งนี้ ซึ่งไม่ได้เริ่มด้วยการตะโกนด่าทอหรือทำลายข้าวของ หากแต่เป็นการเดินเข้าไปขอใช้กระแสไฟของหน่วยงานรัฐ เพื่อทำกิจวัตรในครัวที่บ้านของเขาเองไม่สามารถทำได้

วงจรไฟดับเรื้อรังกับระบบที่เชื่องช้า

พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนปัญหาเรื้อรังที่คนในพื้นที่ต้องทนแบกรับ เพราะเมืองลาปาซมีประวัติเผชิญเหตุไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง และมักกินเวลานานเป็นประจำ ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงบริการสาธารณะพื้นฐาน แต่คือเส้นเลือดใหญ่ของการใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพอากาศแถบคาบสมุทรบาฮา เมื่อกระแสไฟดับซ้ำซาก ความอดทนของชาวบ้านจึงหมดลงอย่างไม่อาจเลี่ยง

สิ่งที่ชวนคิดคือความย้อนแย้งในการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ CFE มีกลไกตัดกระแสไฟฟ้าที่เด็ดขาดและรวดเร็ว ทว่าขั้นตอนการกู้คืนระบบหรือรับฟังข้อร้องเรียนกลับเชื่องช้าจนแทบเป็นอัมพาต ชายเจ้าของเครื่องปั่นจึงสะท้อนความอัดอั้นว่า รัฐตัดไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อไฟดับ การแก้ปัญหาและบริการกลับล่าช้าจนหาคำตอบไม่ได้

ภาษาใหม่ของการเรียกร้องสิทธิ์

การหิ้วเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนมาประท้วง แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านมองกระบวนการร้องเรียนแบบเดิมว่าไร้ผล แบบฟอร์มคำร้องและโต๊ะประชาสัมพันธ์กลายเป็นเพียงขั้นตอนชะลอความเดือดร้อน มากกว่าจะสะสางปัญหาอย่างจริงจัง เมื่อช่องทางทางการแก้ปัญหาไม่ได้ ประชาชนจึงเปลี่ยนโถงสำนักงานรัฐให้กลายเป็นพื้นที่ใช้งานส่วนตัว เพื่อส่งสัญญาณย้อนศรว่า หากรัฐส่งกระแสไฟไปไม่ถึงบ้าน ชาวบ้านก็จะยกงานบ้านมาทำถึงที่ทำงานของรัฐเอง

เสียงเครื่องปั่นอาหารที่ดังขึ้นกลางสำนักงานราชการจึงทรงพลังกว่าคำประท้วงทั่วไป นี่คือตลกร้ายที่สะท้อนความจนตรอกของประชาชนในการเรียกร้องความใส่ใจจากผู้มีอำนาจ ในพื้นที่ที่ไฟดับซ้ำซากอย่างลาปาซ ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐกับผู้ใช้บริการไม่ได้จบลงแค่ซัลซาหนึ่งถ้วย แต่ทิ้งคำถามไว้ว่า ระบบบริการสาธารณะจะปรับปรุงแก้ไขได้จริงเมื่อใด ก่อนที่ความอดทนของประชาชนจะหมดลงไปมากกว่านี้

แหล่งที่มา

แชร์

จดหมายข่าว

แปซิฟิก เดลี

บทสรุปคัดสรรจากไทย เอเชีย-แปซิฟิก และทั่วโลก